แผนที่ประเทศ
ไทย
3722
ข้อมูลสำคัญ
-
ในปี 2568 ไทยเป็นประเทศผู้ส่งออกอันดับที่ 25 ของโลก และเป็นอันดับที่ 4 ของกลุ่มอาเซียน (รองจากสิงคโปร์ เวียดนาม และมาเลเซีย) ด้านการนำเข้าไทยเป็นผู้นำเข้า อันดับที่ 23 ของโลก และเป็นอันดับที่ 3 ของกลุ่มอาเซียน (รองจากสิงคโปร์ และเวียดนาม)
-
ในปี 2568 การค้าระหว่างประเทศของไทยไปโลกรวมมูลค่า 684,558.0 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว ร้อยละ 12.9 เป็นการค้ากับประเทศที่มีความตกลงการค้าเสรี (FTA) มูลค่า 404,963.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัวร้อยละ 12.4 สัดส่วนการค้ากับประเทศคู่ FTA ร้อยละ 59.2
-
กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) คาดการณ์ว่า GDP ของไทยชะลอตัวลงจากร้อยละ 2.5 ในปี 2567 เหลือร้อยละ 2.1 ในปี 2568 จากปัจจัยลบทั้งภายในและภายนอกประเทศที่เพิ่มขึ้น อาทิ 1) ความไม่แน่นอนของนโยบายการค้าสหรัฐฯ ที่ทำให้เศรษฐกิจโลกผันผวน 2) การเติบโตของสินเชื่อภายในประเทศที่จำกัด 3) การฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ช้ากว่าคาดการณ์ สำหรับปี 2569 IMF คาดว่า GDP ไทยจะเติบโตที่ร้อยละ 1.6 ท่ามกลางปัจจัยเสี่ยงทางเศรษฐกิจที่ยืดเยื้อ
-
ผลการจัดอันดับขีดความสามารถในการแข่งขัน (World Competitiveness Ranking 2025) โดย International Institute for Management Development (IMD) ประจำปี 2568 พบว่า ประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 30 จากทั้งหมด 69 ประเทศ (ลดลง 5 อันดับ จากปี 2567 ซึ่งอยู่ในอันดับที่ 25)
-
ไทยมี FTA ที่มีผลบังคับใช้แล้ว 14 ฉบับกับ 18 ประเทศ ได้แก่ สมาชิกอาเซียน จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อินเดีย ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ฮ่องกง เปรู และชิลี นอกจากนี้ ไทยได้ลงนาม FTA เพิ่มอีก 3 ฉบับ ซึ่งอยู่ระหว่างการดำเนินการให้มีผลบังคับใช้ ได้แก่ FTA ไทย-ศรีลังกา FTA ไทย-เอฟตา (สวิตเซอร์แลนด์ นอร์เวย์ ไอซ์แลนด์ และลิกเตนสไตน์) และ FTA ไทย – ภูฏาน ทั้งนี้ หากเสร็จสิ้นกระบวนการจนมีผลบังคับใช้แล้ว ไทยจะมี FTA รวม 17 ฉบับกับ 24 ประเทศ
- รัฐบาลมีนโยบายการพัฒนาประเทศโดยกำหนดยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี (พ.ศ. 2561-2580) มีเป้าหมายเพื่อให้ประเทศไทยหลุดพ้นจาก กับดักรายได้ปานกลาง (Middle Income Trap) โดยเชื่อมโยงกับ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 (พ.ศ. 2566 - 2570) โดยการจัดทำการค้าเสรี (FTA) เป็นกลยุทธ์หนึ่งเพื่อผลักดันให้ไทยเป็นประตูการค้าการลงทุนในภูมิภาค





