

อาเซียนหารือญี่ปุ่น’ ปูทางการยกระดับความตกลง AJCEP-JC ให้สอดคล้องกับการค้ายุคใหม่ มุ่งเพิ่มโอกาสทางการค้าและกระชับความร่วมมือทางเศรษฐกิจ ทั้งเศรษฐกิจดิจิทัล-สีเขียว เสริมสร้างความยืดหยุ่นของห่วงโซ่อุปทาน ความร่วมมือด้านอุตสาหกรรม การค้าบริการ การเคลื่อนย้ายบุคคลธรรมดา ทรัพย์สินทางปัญญา หนุน MSMEs เดินหน้าหารือร่วมกันอย่างใกล้ชิด ตั้งเป้าประกาศเริ่มเจรจาอัปเกรดความตกลงภายในปี 2570
นางอุมาพร ฟูตระกูล รองอธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า ได้รับมอบหมายจากอธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ (นางสาวโชติมา เอี่ยมสวัสดิกุล) ให้เข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการร่วมภายใต้ความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจอาเซียน-ญี่ปุ่น (AJCEP-JC) ครั้งที่ 23 เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2569 ผ่านระบบการประชุมทางไกล โดยอาเซียนและญี่ปุ่นได้หารือแนวทางการจัดทำเอกสารแนวคิดเพื่อปูทางสู่การยกระดับความตกลง AJCEP ให้สอดคล้องกับบริบทการค้ายุคใหม่ มุ่งเพิ่มโอกาสทางการค้าและกระชับความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างอาเซียนกับญี่ปุ่นให้แน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้น
นางอุมาพร กล่าวว่า อาเซียนและญี่ปุ่นได้หารือสาขาความร่วมมือทางเศรษฐกิจที่ควรปรับปรุงเพิ่มเติมจากความตกลง AJCEP ฉบับปัจจุบัน ที่มีผลใช้บังคับมาเกือบ 20 ปี ให้ก้าวทันการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจโลก โดยเตรียมที่จะศึกษาความเป็นไปได้ในการยกระดับความตกลงให้ครอบคลุมประเด็นสำคัญ อาทิ เศรษฐกิจดิจิทัล เศรษฐกิจสีเขียว การเสริมสร้างความยืดหยุ่นของห่วงโซ่อุปทาน ความร่วมมือด้านอุตสาหกรรม การค้าบริการ การเคลื่อนย้ายบุคคลธรรมดา และทรัพย์สินทางปัญญา ซึ่งไทยได้ผลักดันให้เพิ่มประเด็นที่สอดคล้องกับความตกลงการค้าสมัยใหม่ โดยเฉพาะการสนับสนุนผู้ประกอบการรายย่อยและขนาดกลางและขนาดย่อม (MSMEs) ให้สามารถใช้ประโยชน์จากความตกลง การส่งเสริมการแข่งขันทางการค้าที่เป็นธรรม และการคุ้มครองผู้บริโภค เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในการซื้อขายสินค้าและบริการโดยเฉพาะผู้บริโภคออนไลน์ เพิ่มความโปร่งใสและความเป็นธรรมทางการค้า พร้อมรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคเศรษฐกิจดิจิทัลอย่างยั่งยืน
นางอุมาพร เพิ่มเติมว่า ภายหลังจากการประชุมในครั้งนี้ อาเซียนและญี่ปุ่นจะร่วมกันหารืออย่างใกล้ชิดเพื่อหาข้อสรุปเกี่ยวกับแนวทางจัดทำเอกสารแนวคิดและการดำเนินการที่เกี่ยวข้องต่อไป โดยตั้งเป้าที่จะประกาศการเริ่มเจรจายกระดับความตกลง AJCEP ได้ภายในปลายปี 2570 โดยคำนึงถึงผลประโยชน์ร่วมกันของประเทศสมาชิก และความต้องการของภาคเอกชน เพื่อให้ความตกลงการค้าเสรีของไทยเป็นกลไกสำคัญในการขยายโอกาสทางการค้า ส่งเสริมการลงทุน และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทย ตลอดจนรองรับการเติบโตทางเศรษฐกิจของภูมิภาคในอนาคต
ทั้งนี้ ในปี 2568 ญี่ปุ่นเป็นคู่ค้าอันดับ 5 ของอาเซียน และอันดับ 3 ของไทย โดยการค้าระหว่างอาเซียนกับญี่ปุ่น มีมูลค่า 245,443.47 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และการค้าระหว่างไทยกับญี่ปุ่น มีมูลค่า 53,204.39 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัวร้อยละ 2.3 จากปีก่อนหน้า สำหรับในช่วง 8 เดือน (ม.ค.-ส.ค. 2569) การค้ารวมระหว่างไทยกับญี่ปุ่น มีมูลค่า 38,961.34 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัวร้อยละ 9.91 โดยไทยส่งออกไปญี่ปุ่น มูลค่า 17,937.50 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 14.81 และไทยนำเข้าจากญี่ปุ่น มูลค่า 21,023.84 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 6.04 สินค้าส่งออกสำคัญ อาทิ รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ไก่แปรรูป เครื่องจักรและส่วนประกอบของเครื่องจักรกล เครื่องใช้ไฟฟ้าและส่วนประกอบอื่นๆ และสินค้านำเข้าสำคัญ อาทิ เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ เครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ เหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ แผงวงจรไฟฟ้า ส่วนประกอบและอุปกรณ์ยานยนต์
------------------------------------
20 ตุลาคม 2569