

‘กรมเจรจาฯ’ เตรียมจัดสัมมนา "ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การค้าเชิงรุก เชื่อมโยงไทยสู่ศูนย์กลางยูเรเซีย (EAEU)" ระดมสมองและแลกเปลี่ยนข้อมูลผ่านการแบ่งกลุ่มย่อย 5 สาขา บูรณาการข้อมูลสำหรับการเจรจา ระดับประเทศ จะเป็นกุญแจสำคัญช่วยทลายข้อจำกัดทางกฎระเบียบและอุปสรรคทางการค้า ชี้! ผู้ประกอบการ และภาคธุรกิจไทย ควรให้ความสำคัญและเตรียมความพร้อมในการเข้าสู่ตลาดคาซัคสถาน
นางสาวโชติมา เอี่ยมสวัสดิกุล อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์ โดย กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เดินหน้าเตรียมจัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการเตรียมการประชุมคณะกรรมการร่วม ทางการค้า (JTC) ไทย-คาซัคสถาน ครั้งที่ 1 ภายใต้หัวข้อ "ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การค้าเชิงรุก เชื่อมโยงไทยสู่ ศูนย์กลางยูเรเซีย (EAEU)" ในวันจันทร์ที่ 14 กันยายน 2569 ณ โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ เทอร์มินอล 21 กรุงเทพฯ เพื่อเตรียมความพร้อมและกำหนดท่าทีของไทยในการบุกเบิกตลาดใหม่ที่มีศักยภาพสูงในภูมิภาคเอเชียกลาง โดยกระทรวงพาณิชย์ดำเนินการขับเคลื่อนการค้าเชิงรุก เร่งผลักดันตัวเลขการส่งออก และขยายตลาดใหม่ผ่านความตกลง การค้า ตามนโยบายของรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ในการ เชื่อมโยงการค้าและการลงทุนในระดับภูมิภาค เพื่อเป็นการปูทางสู่ความสำเร็จ
นางสาวโชติมา กล่าวว่า การสัมมนาในครั้งนี้ ได้เชิญกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งครอบคลุมทั้งผู้แทนจากภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม ภาควิชาการ และสื่อมวลชนสายวิเคราะห์ ร่วมระดมสมองและแลกเปลี่ยนข้อมูลเชิงลึก ผ่านการแบ่งกลุ่มย่อย (Focus Group) 5 สาขา ได้แก่ 1) การค้าสินค้า ห่วงโซ่อุปทาน และภูมิรัฐศาสตร์ 2) เกษตรกรรม และความมั่นคงทางอาหาร 3) สิ่งแวดล้อมและการพัฒนาอุตสาหกรรม S-Curve 4) สินค้าอิเล็กทรอนิกส์และ ทรัพยากรแร่ธาตุ และ 5) ความร่วมมือด้านดิจิทัลและอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อส่งเสริมธุรกิจ SMEs ซึ่งเป็นการประชุม กลุ่มย่อยเชิงยุทธศาสตร์เพื่อบูรณาการข้อมูลสำหรับการเจรจาระดับประเทศ โดยผลลัพธ์ที่ได้จะเป็นกุญแจสำคัญที่ ช่วยทลายข้อจำกัดทางกฎระเบียบและอุปสรรคทางการค้า กรมจึงขอชี้เป้าให้ผู้ประกอบการและภาคธุรกิจไทย เริ่ม หันมาให้ความสำคัญและเตรียมความพร้อมในการเข้าสู่ตลาดคาซัคสถาน
“ภาคธุรกิจควรเตรียมตัวศึกษาโอกาสใหม่ๆ ไม่ว่าจะเป็นการใช้เส้นทางขนส่งทางเลือก "Middle Corridor" ที่ สามารถหลีกเลี่ยงความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์และลดระยะเวลาการขนส่งสินค้า การปรับตัวให้เข้ากับมาตรฐานสินค้ายูเรเซีย (EAEU) รวมถึงการเจาะตลาดผ่านแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซที่ทรงอิทธิพลในท้องถิ่น ทั้งนี้ การยกระดับความร่วมมือกับ คาซัคสถานไม่เพียงแต่เป็นการขยายโอกาสทางการค้า แต่ยังเป็นบันไดก้าวสำคัญที่จะวางรากฐานไปสู่การจัดทำความตกลง การค้าเสรี (FTA) ไทย-EAEU ในอนาคต ซึ่งจะครอบคลุมฐานผู้บริโภคมหาศาลในระยะยาว” นางสาวโชติมา เสริม
สำหรับคาซัคสถานถือเป็นประเทศยุทธศาสตร์ที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 2 ของสหภาพเศรษฐกิจยูเรเซีย (EAEU) และเป็นศูนย์กลางด้านโลจิสติกส์ที่สำคัญในการเชื่อมโยงเอเชียและยุโรป ด้วยอัตราการเติบโตของผลิตภัณฑ์ มวลรวมในประเทศ (GDP) ที่ระดับร้อยละ 4.8 ส่งผลให้คาซัคสถานมีกลุ่มชนชั้นกลางที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว และมี ความต้องการสินค้าอุปโภคบริโภค นวัตกรรม รวมถึงยานยนต์นำเข้าที่พุ่งสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดด ปัจจุบันคาซัคสถาน ก้าวขึ้นมาเป็นคู่ค้าอันดับที่ 2 ของไทยในกลุ่มเครือรัฐเอกราช (CIS) และกลุ่ม EAEU โดยสินค้าส่งออกของไทยที่ ครองส่วนแบ่งตลาดและมีศักยภาพโดดเด่นสูงสุด คือ กลุ่มรถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ นอกจากนี้ สินค้ากลุ่ม เครื่องจักรกล ผลิตภัณฑ์ยางพารา และอุปกรณ์การแพทย์ ยังมีอัตราการขยายตัวที่น่าจับตามองอีกด้วย
ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถรับชมถ่ายทอดสดการสัมมนา ได้ที่ Facebook : กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ (dtn) และติดตามข้อมูลเพิ่มเติมทางเว็บไซต์ www.dtn.go.th หรือสอบถามรายละเอียดได้ที่ Call Center 0 2507 7555
--------------------------------
8 กันยายน 2569