

‘กรมเจรจาฯ’ เดินหน้าเตรียมความพร้อมผู้ประกอบการไทยรับการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจดิจิทัล จัด สัมมนา “DEFA เชื่อมโลกดิจิทัล ขยายโอกาสทางธุรกิจไทย” สร้างความรู้ความเข้าใจกติกาและโอกาสภายใต้ ความตกลง DEFA ซึ่งการเจรจาได้ข้อสรุปแล้ว พร้อมเปิดมุมมองจากภาครัฐและภาคเอกชน เตรียมผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะ MSMEs พร้อมใช้ประโยชน์จากตลาดดิจิทัลอาเซียน คาดลงนาม พ.ย.นี้ และมีผลใช้บังคับช่วงกลางปี 70
นางสาวโชติมา เอี่ยมสวัสดิกุล อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า กรมได้จัดสัมมนาในหัวข้อ “DEFA เชื่อมโลกดิจิทัล ขยายโอกาสทางธุรกิจไทย” เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2569 ณ โรงแรมแลนด์มาร์ค กรุงเทพฯ เพื่อสร้าง ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับกติกาและประโยชน์ของกรอบความตกลงเศรษฐกิจดิจิทัลอาเซียน (ASEAN Digital Economy Framework Agreement: DEFA) รวมถึงเตรียมความพร้อมให้ผู้ประกอบการไทยสามารถปรับตัวและใช้ประโยชน์จากการ เชื่อมโยงตลาดดิจิทัลของอาเซียนได้อย่างเต็มศักยภาพ โดยได้รับเกียรติจากนางสาวพริ้วแพร ชุมรุม รองอธิบดีกรม ทรัพย์สินทางปัญญา ซึ่งทำหน้าที่ประธานคณะกรรมการเจรจา DEFA มาบรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับรายละเอียดสำคัญของ DEFA ข้อสังเกตที่น่าสนใจจากการเจรจา ตลอดจนข้อเสนอแนะในการเตรียมความพร้อมของผู้ประกอบการ เพื่อให้สามารถ ปรับตัวและใช้ประโยชน์จากความตกลงได้อย่างเหมาะสม
นอกจากนี้ กรมยังได้เชิญวิทยากรจากหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนที่มีประสบการณ์ มาร่วมแลกเปลี่ยน มุมมองเกี่ยวกับพัฒนาการด้านกฎหมายและกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจดิจิทัลของไทย โดยเฉพาะด้านธุรกรรมทาง อิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงแนวทางการคุ้มครองผู้บริโภคจากการซื้อขายออนไลน์ข้ามพรมแดน พร้อมทั้งหารือถึงโอกาสและ ความท้าทายของเศรษฐกิจดิจิทัล แนวทางการใช้ประโยชน์จาก DEFA และการเตรียมความพร้อมของผู้ประกอบการในการ ขยายธุรกิจสู่ตลาดอาเซียน
“DEFA จะเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงเศรษฐกิจดิจิทัลของอาเซียน และสร้างโอกาสใหม่ให้กับ ภาคธุรกิจไทย โดยเฉพาะผู้ประกอบการ MSMEs ที่สามารถนำเทคโนโลยีและพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์มาใช้ลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพ และขยายตลาดไปยังผู้บริโภคในประเทศสมาชิกอาเซียนได้มากขึ้น ขณะเดียวกัน ผู้บริโภคจะได้รับ ประโยชน์จากการเข้าถึงสินค้าและบริการที่หลากหลาย ภายใต้กฎระเบียบที่มีความโปร่งใสและสอดคล้องกับ มาตรฐานสากล” นางสาวโชติมากล่าว
นอกจากนี้ การสัมมนายังมุ่งเน้นแนวทางการนำเทคโนโลยีและ e-Commerce มาใช้เพื่อขยายตลาด ตลอดจนการปรับตัวของผู้ประกอบการ MSMEs เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และใช้ประโยชน์จากการ เชื่อมโยงตลาดดิจิทัลของอาเซียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีผู้เข้าร่วมงานจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน กลุ่ม ผู้ประกอบการ SMEs นักศึกษา และประชาชนทั่วไป
นางสาวโชติมา เสริมว่า ผลการศึกษาของอาเซียนประเมินว่า หาก DEFA สามารถดำเนินการได้อย่างเต็มศักยภาพ จะช่วยผลักดันมูลค่าเศรษฐกิจดิจิทัลของอาเซียนจากแนวโน้มเดิมประมาณ 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็นสูงถึง 2 ล้านล้าน ดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2573 สะท้อนให้เห็นถึงโอกาสทางเศรษฐกิจที่เกิดจากการบูรณาการตลาดดิจิทัลของภูมิภาค
ทั้งนี้ DEFA นับเป็นกลไกสำคัญในการสร้างเศรษฐกิจดิจิทัลอาเซียนที่ เปิดกว้าง ปลอดภัย เชื่อมโยง แข่งขันได้ และครอบคลุม พร้อมสร้างโอกาสใหม่ให้แก่ภาคธุรกิจและนักลงทุน และสนับสนุนการก้าวสู่อาเซียนในฐานะศูนย์กลาง เศรษฐกิจดิจิทัลของโลก
--------------------------------
4 กันยายน 2569