

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เข้าร่วมการประชุมรัฐมนตรีเอเปค ประจำปี 2568 (2025 APEC Ministerial Meeting: AMM) ซึ่งจัดขึ้นในวันที่ 30 ตุลาคม 2568 ณ เมืองคยองจู สาธารณรัฐเกาหลี เพื่อเน้นย้ำการเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทาน และการจัดการต่อการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของการค้าโลก
นางศุภจี เปิดเผยว่า การประชุมรัฐมนตรีเอเปคเป็นการประชุมร่วมระหว่างรัฐมนตรีการค้ากับรัฐมนตรีต่างประเทศของเอเปค เพื่อทบทวนการดำเนินงานที่ผ่านมาตลอดทั้งปีก่อนนำเสนอที่ประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปคพิจารณาต่อไป ซึ่งตนเองได้กล่าวในวาระการสร้างความเชื่อมโยง “Connect” โดยชูนโยบายของไทยในการเสริมสร้างห่วงโซ่อุปทานที่ยืดหยุ่น ผ่านแนวทางและมาตรการต่าง ๆ
“ส่งเสริมบทบาทของไทยในการเป็นผู้ผลิตและผู้ส่งออกอาหารหลักของโลก และพร้อมที่จะเป็นศูนย์กลางความมั่นคงทางอาหารโลก
“ให้ความสำคัญกับการเข้าถึงบริการดิจิทัลผ่านโครงข่ายโทรคมนาคมที่ครอบคลุม การใช้เทคโนโลยีดิจิทัล (AI และระบบ National Single Window เป็นต้น) เพื่ออำนวยความสะดวกทางการค้า ส่งเสริมบทบาทด้านดิจิทัลของไทยในอาเซียน ผ่านการเป็นประธานเจรจาความตกลงเศรษฐกิจดิจิทัลอาเซียน (ASEAN Digital Economy Framework Agreement: DEFA) โดยไทยมีการจัดทำแผนปฏิบัติการ AI เพื่อการพัฒนาประเทศไทย (พ.ศ. 2565-2570) และแนวปฏิบัติจริยธรรมด้าน AI พ.ศ. 2565 เพื่อส่งเสริมการประยุกต์ใช้ AI ที่มีความรับผิดชอบในภาครัฐและภาคเอกชนให้มีความโปร่งใส มั่นคงและปลอดภัย
“พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและสร้างทักษะใหม่ให้กับแรงงานในภาคการลงทุนในอุตสาหกรรมอนาคต ทั้งยานยนต์ไฟฟ้า อาหารแห่งอนาคต เทคโนโลยีชีวภาพ และบริการดิจิทัล
“สนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสีเขียว ผ่านคำมั่นในการลดการปล่อยคาร์บอน ทั้งในสาขาพลังงาน การขนส่ง และการผลิตในอุตสาหกรรม รวมทั้งการเข้าร่วมการเชื่อมโยงโครงข่ายสายส่งไฟฟ้าอาเซียน (ASEAN Power Grid: APG)” นางศุภจี กล่าว
นางศุภจี ยังได้แสดงวิสัยทัศน์ในการปฏิรูปองค์การการค้าโลกหรือ World Trade Organization (WTO) ในสามด้าน ได้แก่ (1) ปรับปรุงการจัดการ ให้การดำเนินงานของ WTO สามารถเดินหน้าต่อไปได้ (2) มีความเป็นธรรมต่อสมาชิกที่มีระดับการพัฒนาที่แตกต่างกัน และ (3) มีการหารือในประเด็นที่ทันยุคทันสมัย เช่น การค้าดิจิทัลกับ AI และการลงทุนที่เชื่อมโยงกับสิ่งแวดล้อม เป็นต้น
อนึ่ง นางศุภจี ได้ใช้โอกาสนี้ในการหารือทวิภาคีกับเขตเศรษฐกิจเอเปค เช่น ชิลี เปรู นิวซีแลนด์ และเกาหลีใต้ซึ่งเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมเอเปคในปีนี้ด้วย เพื่อกระชับความสัมพันธ์กับหารือการส่งเสริมการค้าที่จะช่วยสร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจไทยในระยะยาว นอกจากนี้ ยังได้มีโอกาสพบหารือกับสหรัฐอเมริกาและแสดงความมุ่งมั่นที่จะสรุปผลการเจรจาความตกลงการค้าต่างตอบแทนกับสหรัฐอเมริกา เพื่อให้ทั้งสองฝ่ายได้ประโยชน์ร่วมกัน
ทั้งนี้ เอเปคหรือความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก ประกอบด้วยสมาชิก 21 เขตเศรษฐกิจ ได้แก่ ออสเตรเลีย บรูไนดารุสซาลาม แคนาดา ชิลี จีน จีนฮ่องกง อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ มาเลเซีย เม็กซิโก นิวซีแลนด์ ปาปัวนิวกินี เปรู ฟิลิปปินส์ รัสเซีย สิงคโปร์ จีนไทเป ไทย สหรัฐอเมริกา และเวียดนาม โดยในช่วง 8 เดือนแรก (ม.ค. - ส.ค.) ปี 2568 การค้ารวมทั้งหมดของไทยกับเอเปคมีมูลค่า 10.7 ล้านล้านบาท (320.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) คิดเป็นสัดส่วนประมาณร้อยละ 71 ของการค้ารวมทั้งหมดของไทยกับโลก
โดยเป็นการส่งออกไปเอเปค 5.1 ล้านล้านบาท (155 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) และการนำเข้าจากเอเปค 5.6 ล้านล้านบาท (165.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ)
--------------------------------
สำนักอเมริกา แปซิฟิกและองค์การระหว่างประเทศ
กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ
พฤศจิกายน 2568