

‘อาเซียน’ เร่งปิดดีลความตกลงสำคัญของอาเซียนภายในปีนี้ ทั้งการแก้ไขความตกลงการค้าสินค้า (ATIGA) ยกระดับความตกลงการค้าอาเซียน-จีน 3.0 ความตกลงเศรษฐกิจดิจิทัล (DEFA) ทบทวนความตกลงการค้าสินค้าอาเซียน-อินเดีย เผย 2 ฉบับแรกสรุปผลแล้ว ส่วนอีก 2 ฉบับ ตั้งเป้าสรุปให้ได้ภายในปีนี้ ก่อนชงที่ประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจ ก.ย.นี้ เคาะแนวทางรับสมาชิกใหม่ RCEP พร้อมสร้างความร่วมมือทางเศรษฐกิจกับคู่เจรจา 10 ประเทศ
นายธัชชญาน์พล อภิมนต์เตชบุตร รองอธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้นำคณะผู้แทนไทยเข้าร่วมการประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสด้านเศรษฐกิจอาเซียน (Senior Economic Officials Meeting: SEOM) ครั้งที่ 3/56 และการประชุมกับคู่เจรจา และสมาชิกกลุ่ม RCEP ระหว่างวันที่ 18-23 สิงหาคม 2568 ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย เพื่อเร่งรัดการเจรจายกระดับความตกลงทางการค้า ผลการดำเนินงานสำคัญภายใต้แผนแม่บท AEC Blueprint 2025 ก่อนเสนอที่ประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน (AEM) รัฐมนตรี RCEP และผู้นำอาเซียน ในเดือนกันยายน-ตุลาคมนี้
นายธัชชญาน์พล กล่าวว่า ไทยได้ร่วมผลักดันการปิดดีลความตกลงสำคัญของอาเซียน 4 ฉบับในปีนี้ ได้แก่ (1) พิธีสารฉบับที่ 2 เพื่อแก้ไขความตกลงการค้าสินค้าของอาเซียน (ATIGA) (2) การลงนามพิธีสารเพื่อยกระดับความตกลงการค้าอาเซียน-จีน 3.0 (3) กรอบความตกลงเศรษฐกิจดิจิทัลอาเซียน (DEFA) และ (4) การทบทวนความตกลงการค้าสินค้าอาเซียน-อินเดีย โดย 2 ฉบับแรก ได้สรุปผลการเจรจาแล้ว และพร้อมลงนามในเดือนตุลาคม 2568 ส่วนอีก 2 ฉบับตั้งเป้าเร่งเจรจาให้สรุปสาระสำคัญได้ภายในปีนี้ เพื่อเสนอที่ประชุม AEM พร้อมกับผลลัพธ์สำคัญของงานภายใต้เสาเศรษฐกิจในเดือนกันยายนนี้ อาทิ การจัดทำแนวทางส่งเสริมอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าผ่านการพัฒนาพาสปอร์ตแบตเตอรี่ยานยนต์ไฟฟ้า (EV Battery Passport) รวมถึงการจัดทำกรอบความร่วมมือห่วงโซ่อุปทานเซมิคอนดักเตอร์แบบบูรณาการ ซึ่งจะเสริมศักยภาพบุคลากรและความเชื่อมโยงในห่วงโซ่คุณค่าโลก ช่วยลดอุปสรรคการค้า และเพิ่มโอกาสการส่งออกสินค้าไทยและอาเซียนไปตลาดโลก
นอกจากนี้ อาเซียนยังได้เตรียมร่วมปิดดีลอีก 1 ดีล กับประเทศสมาชิกความตกลง RCEP ทั้ง 15 ประเทศ ประกอบด้วย อาเซียน 10 ประเทศ ออสเตรเลีย จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และนิวซีแลนด์ โดยได้สรุปแนวทางการเจรจารับประเทศสมาชิกใหม่เข้าสู่ความตกลงฯ ทั้งเรื่องกระบวนการเจรจา การจัดตั้งคณะทำงานย่อยด้านการเปิดตลาดสินค้า บริการ และการลงทุน โดยตั้งเป้าจะเริ่มการเจรจาขยายจำนวนสมาชิกโดยเร็ว เพื่อเสริมสร้างโอกาสของการเชื่อมโยงห่วงโซ่การค้าที่ครอบคลุมและกว้างมากขึ้น พร้อมทั้งขนาดเศรษฐกิจของกลุ่มจะขยายตัวยิ่งขึ้นอีกด้วย โดยจะเสนอผลลัพธ์ดังกล่าวต่อที่ประชุมรัฐมนตรี RCEP ให้รับรองกลไกรับสมาชิกใหม่ดังกล่าว ก่อนเริ่มการเจรจากับประเทศผู้สมัครใหม่
“อาเซียนยังได้หารือกับคู่เจรจา 10 ประเทศ ได้แก่ แคนาดา สหราชอาณาจักร รัสเซีย อินเดีย ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และสหรัฐอเมริกา เรื่องแนวทางเสริมสร้างความร่วมมือทางเศรษฐกิจใน 3 สาขาหลัก ได้แก่ การค้าและการลงทุน การพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลและเทคโนโลยี และการส่งเสริมพลังงานสะอาดและความยั่งยืน เพื่อขยายตลาด เพิ่มโอกาสการลงทุน และเสริมความเชื่อมั่นของภูมิภาคท่ามกลางความท้าทายด้านภูมิรัฐศาสตร์และเศรษฐกิจโลก” นายธัชชญาน์พล เสริม
-----------------------------------
กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์
29 สิงหาคม 2568