
ความตกลงการค้าเสรี อาเซียน-ฮ่องกง
(ASEAN-Hong Kong, China Free Trade Agreement: AHKFTA)
ความเป็นมา
- เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2554 ในช่วงการประชุมผู้นำอาเซียน-จีน ฮ่องกงยื่นหนังสือแสดงเจตจำนงขอเข้าร่วมความตกลงการค้าเสรีอาเซียน-จีน (ACFTA) อย่างเป็นทางการต่อสำนักเลขาธิการอาเซียน
- สำนักเลขาธิการอาเซียนได้ว่าจ้าง Singapore's National University ทำการศึกษาผลกระทบต่อประเทศสมาชิกอาเซียน ผลการศึกษาเบื้องต้นระบุว่า ในภาพรวมการเข้าเป็นสมาชิก ACFTA ของฮ่องกงจะก่อให้เกิดการเติบโตทางเศรษฐกิจ การไหลเวียนของสินค้าจะเข้าสู่ตลาดจีนได้มากยิ่งขึ้น อีกทั้ง ยังก่อให้เกิดผลลัพธ์เชิงบวกทางเศรษฐกิจจากการเข้าร่วมพหุภาคีในภูมิภาค อย่างไรก็ตาม อาเซียนจะได้รับผลประโยชน์เพิ่มขึ้น หากการเข้าร่วมของฮ่องกงเป็นลักษณะที่เท่าเทียมกัน กล่าวคือจีนเปิดตลาดให้อาเซียนในระดับเดียวกับที่เปิดให้ฮ่องกง ในทางกลับกัน อาเซียนอาจเสียผลประโยชน์ หากจีนเปิดตลาดให้อาเซียนเพียงร้อยละ 80 ของระดับที่เปิดให้แก่ฮ่องกง และไทยอาจได้รับผลกระทบในภาคบริการด้านการเงิน ธนาคาร และประกันภัย เนื่องจากเป็นด้านที่ฮ่องกงมีศักยภาพ ซึ่งในทางปฏิบัติแล้ว คงเป็นไปได้ยากที่จีนจะเปิดตลาดให้กับอาเซียนในระดับดังกล่าว
- การประชุมรัฐมนตรีการค้าอาเซียน (AEM-Retreat) เมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2556 ณ ประเทศเวียดนาม มีมติเสนอให้อาเซียนจัดทำความตกลงการค้าเสรีกับฮ่องกง (ASEAN-Hong Kong FTA) แทนที่ด้วยการรับฮ่องกงเข้าเป็นภาคีสมาชิกความตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียน-จีน ทั้งนี้ ในการประชุมผู้นำอาเซียนได้รับรองมติของ AEM ให้อาเซียนจัดทำความตกลงการค้าเสรีกับฮ่องกง (ASEAN-Hong Kong FTA) เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2556 ณ ประเทศบรูไน
- ในการประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสเศรษฐกิจอาเซียน – ฮ่องกง (SEOM – Hong Kong Consultations) ครั้งที่ 1 เมื่อเดือนกรกฎาคม 2556 ที่ประชุมมีมติว่าฮ่องกงและอาเซียนควรเริ่มการเจรจาในปี 2557
- ไทยรับเป็นประเทศผู้ประสานงาน (Country Coordinator) สำหรับการเจรจาความตกลงการค้าเสรีอาเซียน – ฮ่องกง
- ภาคีสมาชิกได้เริ่มเจรจาความตกลงการค้าเสรีอาเซียน – ฮ่องกง (ASEAN-Hong Kong, China Free Trade Agreement: AHKFTA) และความตกลงด้านการลงทุนระหว่างอาเซียนและฮ่องกง (ASEAN-Hong Kong, China Investment Agreement: AHKIA) เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2557 มีการเจรจาทั้งสิ้น 10 รอบ ก่อนจะได้ข้อสรุปเมื่อเดือนกรกฎาคม 2560
- ภายหลังการเจรจาความตกลง AHKFTA และ AHKIA ภาคีสมาชิกได้ลงนามความตกลงฯ เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2560 โดยรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์และการพัฒนาเศรษฐกิจฮ่องกง โดยมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 11 และ 17 มิถุนายน 2562 ตามลําดับความตกลง
- AHKFTA และความตกลง AHKIA มีผลบังคับใช้กับทุกภาคีสมาชิกแล้ว ดังนี้
| ความตกลง AHKFTA |
- ฮ่องกง ไทย สิงคโปร์ เวียดนาม เมียนมา และสปป.ลาว มีผลใช้บังคับเมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2562
- มาเลเซีย มีผลใช้บังคับเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2562
- ฟิลิปปินส์ มีผลใช้บังคับในวันที่ 12 พฤษภาคม 2563
- อินโดนีเซีย มีผลใช้บังคับในวันที่ 4 กรกฎาคม 2563
- บรูไน มีผลบังคับใช้ในวันที่ 20 ตุลาคม 2563
- กัมพูชา มีผลบังคับใช้ในวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2564
|
| ความตกลง AHKIA |
- ฮ่องกง ไทย สิงคโปร์ เวียดนาม เมียนมา และสปป.ลาว มีผลใช้บังคับเมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2562
- มาเลเซีย มีผลใช้บังคับเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2562
- ฟิลิปปินส์ มีผลใช้บังคับในวันที่ 12 พฤษภาคม 2563
- อินโดนีเซีย มีผลใช้บังคับในวันที่ 4 กรกฎาคม 2563
- บรูไน มีผลบังคับใช้ในวันที่ 20 ตุลาคม 2563
- กัมพูชา มีผลบังคับใช้ในวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2564
|
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับจากการจัดทำ FTA อาเซียน-ฮ่องกง
ฮ่องกงมีศักยภาพในการเป็นประตูด้านการค้าและการลงทุนไปสู่ตลาดใหญ่อย่างจีนและตลาดอื่นๆ ทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ปัจจุบันฮ่องกงเข้ามามีบทบาทสำคัญในนโยบายหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง (One Belt One Road) ของจีน โดยฮ่องกงกำลังดำเนินโครงการขนาดใหญ่ร่วมกับจีน อาทิ โครงการพัฒนาพื้นที่เขตเศรษฐกิจอ่าวกวางตุ้ง-ฮ่องกง-มาเก๊า (Guangdong - Hong Kong - Macau Greater Bay Area: GBA) เพื่อพัฒนาเป็นกลุ่มเมืองระดับโลก (World Class City Cluster) และสะพานเชื่อมฮ่องกง - จูไห่ - มาเก๊า เป็นต้น ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างความเชื่อมโยงในภูมิภาค โดยไทยสามารถใช้ประโยชน์จากการเชื่อมโยงดังกล่าวในการกระจายสินค้าและการเข้าไปขยายตลาดในภูมิภาคอื่นๆ เช่น รัสเซีย เอเชียกลาง และยุโรป เป็นต้น
- การค้าสินค้า
- สินค้าที่นำเข้าจากฮ่องกงมีราคาถูกลง
- ไทยจะได้รับประโยชน์จากตารางข้อผูกพันภาษีของฮ่องกง ภายใต้ AHKFTA เนื่องจากฮ่องกงไม่สามารถปรับภาษีได้โดยพลการ แลจะต้องยกเลิกภาษีตามที่ได้ตกลงไว้กับอาเซียน
- มีกฎว่าด้วยถิ่นกำเนิดสินค้าที่รัดกุมในการป้องกันการสวมสิทธิ์ของสินค้าจากประเทศอื่นๆ
- การเปิดตลาดสินค้ากับฮ่องกงจึงไม่น่ามีผลกระทบกับไทย เนื่องจากไทยใช้ ACFTA เป็นบรรทัดฐาน (Benchmark) การเปิดตลาดจะต้องไม่เปิดมากกว่าความตกลงการค้าเสรีอาเซียน-จีน (ACFTA)
- การค้าบริการ
- ยกมาตรฐานภาคบริการของไทยโดยผู้เชี่ยวชาญจากฮ่องกง
- ฮ่องกงได้ผูกพันการเปิดตลาดบริการกับอาเซียนสูงกว่าที่ผูกพันไว้กับองค์การการค้าโลก
- โอกาสที่นักลงทุนไทยซึ่งมีความเชี่ยวชาญในบริการการผลิตเนื้อหารายการแก่ผู้ประกอบการวิทยุกระจายเสียงและโทรทัศน์ จะสามารถเข้าไปลงทุนอย่างครบวงจร
- การลงทุน
- นักธุรกิจและนักลงทุนไทยได้รับความสะดวกกรณีที่เข้าไปลงทุนในฮ่องกง
- เปิดโอกาสการเข้าสู่แหล่งทุนในฮ่องกง โดยฮ่องกงมีศักยภาพการลงทุนด้านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานตามแผนแม่บทด้านความเชื่อมโยงอาเซียน (ASEAN Connectivity) การพัฒนาและการลงทุนในโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor: EEC) และการเชื่อมโยงภายใต้นโยบายหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทางของจีนแผ่นดินใหญ่
- เสริมสร้างความโปร่งใสด้านกฎระเบียบในการลงทุน ทำให้นักลงทุนทราบถึงกฎระเบียบก่อนที่จะเข้าจัดตั้งธุรกิจ
- ความร่วมมือทางเศรษฐกิจ
ฮ่องกงจัดสรรเงินสนับสนุนให้กับประเทศสมาชิกอาเซียนภายใต้ ข้อบทความร่วมมือทางเศรษฐกิจและวิชาการของ AHKFTA เพื่อเสริมสร้างศักยภาพของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วนภายใต้ความตกลง AHKFTA โดยความร่วมมือครอบคลุม 14 สาขาความร่วมมือ ได้แก่ 1) บริการวิชาชีพ 2) พิธีการศุลกากร 3) การอำนวยความสะดวกทางการค้า/โลจิสติกส์ 4) SMEs 5) พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ 6) มาตรการสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช (SPS) 7) มาตรฐานและกฎระเบียบทางเทคนิค 8) ทรัพย์สินทางปัญญา 9) เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่ออำนวยความสะดวกทางการค้า 10) การส่งเสริมการลงทุน (11) การแข่งขัน (12) การจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ (13) การเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล และ (14) การพัฒนาเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน
----------------------------------------------
สำนักเอเชีย แอฟริกา และตะวันออกกลาง
กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ
มีนาคม 2569