
ความตกลงการค้าเสรี อาเซียน-จีน
(ASEAN-China Free Trade Agreement: ACFTA)
ความเป็นมา
- ผู้นำอาเซียนกับจีนได้ลงนามกรอบความตกลงความร่วมมือทางเศรษฐกิจอย่างรอบด้านระหว่างอาเซียน-จีน (Framework Agreement on Comprehensive Economic Co-operation between ASEAN and China) เพื่อเป็นกรอบและแนวทางสำหรับการเจรจาจัดตั้งเขตการค้าเสรีอาเซียน– จีน (ASEAN – China Free Trade Agreement: ACFTA) เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2545 โดยกรอบความตกลงฯ ครอบคลุมทั้งเรื่องการเปิดเสรีการค้าสินค้า การค้าบริการ การลงทุน และความร่วมมือทางเศรษฐกิจต่างๆ ซึ่งถือเป็นความตกลงการค้าเสรีฉบับแรกของอาเซียนกับประเทศคู่เจรจา โดยไทยเป็นประเทศผู้ประสานฝ่ายอาเซียน (Country Coordinator)
- ต่อมา ผู้นำอาเซียนและจีนสามารถสรุปการเจรจาและลงนามในความตกลงว่าด้วยการค้าสินค้า ความตกลงว่าด้วยการค้าบริการ และความตกลงว่าด้วยการลงทุนแล้ว เมื่อปี 2547 ปี 2550 และปี 2552 ตามลำดับ
- ในการประชุมผู้นำอาเซียน-จีน เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2556 ผู้นำอาเซียนและจีนได้เห็นชอบแนวคิดการยกระดับความตกลงการค้าเสรีอาเซียน-จีน ทั้งนี้ การยกระดับฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อปรับปรุงความตกลงการค้าเสรีอาเซียน-จีนให้มีความทันสมัย สอดคล้องกับสภาพการค้าในปัจจุบัน โดยครอบคลุมทั้งด้านการค้าสินค้า (กฎถิ่นกำเนิดสินค้า ข้อบทด้านพิธีการศุลกากรและการอำนวยความสะดวกทางการค้า) การค้าบริการ การลงทุน และความร่วมมือทางเศรษฐกิจและวิชาการ โดยอาเซียนและจีนได้จัดทำพิธีสารเพื่อแก้ไขกรอบความตกลงว่าด้วยความร่วมมือด้านเศรษฐกิจและความตกลงที่เกี่ยวข้องภายใต้กรอบความตกลงฯ ระหว่างอาเซียนกับจีน (ACFTA Upgrading Protocol) ซึ่งถือเป็นการยกระดับความตกลง ACFTA ครั้งแรก (ACFTA 2.0) โดยได้ลงนามในการประชุมผู้นำอาเซียน-จีน ครั้งที่ 27 เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2558 และพิธีสารฯ มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2559
- ที่ประชุมสุดยอดอาเซียน - จีน (ASEAN-China Summit) ครั้งที่ 25 เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2565 ได้ประกาศเริ่มการเจรจายกระดับความตกลงการค้าเสรีอาเซียน-จีน หรือ ACFTA 3.0 โดยการเจรจายกระดับความตกลง ACFTA มีเป้าหมายให้ความตกลง ACFTA มีความทันสมัยและสอดคล้องกับสภาพแวดล้อมธุรกิจในปัจจุบัน รวมทั้งได้เพิ่มสาขาความร่วมมือใหม่ ๆ ได้แก่ เศรษฐกิจดิจิทัล เศรษฐกิจสีเขียว ความเชื่องโยงห่วงโซ่อุปทาน การแข่งขันและการคุ้มครองผู้บริโภค ตลอดจนวิสาหกิจขนาดกลาง ขนาดย่อม และรายย่อย (MSMEs)
- ผู้นำอาเซียนและและจีนได้ลงนามพิธีสาร ACFTA 3.0 ในช่วงการประชุมสุดยอดอาเซียน-จีน ครั้งที่ 28 เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2568 ณ ประเทศมาเลเซีย โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการภายในของแต่ละประเทศเพื่อให้พิธีสารฯ มีผลใช้บังคับ
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับจากการจัดทำ FTA อาเซียน-จีน
- จีนเป็นพันธมิตรทางเศรษฐกิจการค้าที่สำคัญของไทยและภูมิภาคอาเซียนจากสถิติการค้าของไทยนับตั้งแต่ที่ความตกลง ACFTA มีผลบังคับใช้เมื่อเดือนกรกฎาคม2548 จนถึงปัจจุบันพบว่ามูลค่าการค้ารวมของไทยมีการขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากมูลค่า 15,257 ล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 2547 ซึ่งเป็นปีก่อนที่ไทยจะมีความตกลง ACFTA เพิ่มขึ้นเป็น 147,338.53 ล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 2568 ขยายตัวเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 866 หรือคิดเป็น 9.7 เท่า
- ส่วนหนึ่งที่ทำให้การค้าระหว่างไทยกับจีนเติบโตอย่างต่อเนื่องทุกปีเป็นผลจากการจัดทำความตกลง ACFTA ที่ปัจจุบันไทยและจีนได้ยกเลิกการเก็บภาษีสินค้าระหว่างกันกว่าร้อยละ 90 ของรายการสินค้าทั้งหมด (ไทยลดภาษีร้อยละ 85.13 จีนลดภาษีร้อยละ 94.1) ซึ่งครอบคลุมทั้งสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรม ส่งผลให้สินค้าไทยได้แต้มต่อด้านราคาจึงมีศักยภาพในการแข่งขันเพิ่มขึ้น ในขณะเดียวกันการที่อาเซียนเปิดตลาดลดภาษีสินค้านำเข้าให้จีน ถือเป็นการสร้างโอกาสให้สินค้านำเข้ามีราคาต่ำลงเกิดประโยชน์ต่อผู้บริโภคและผู้ประกอบการที่สามารถลดต้นทุนด้านวัตถุดิบ
- สินค้าที่ไทยส่งออกไปจีนภายใต้สิทธิประโยชน์ ACFTA อาทิ ทุเรียนสด ผลิตภัณฑ์ยางอื่น ๆ เครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ อื่นๆ ฮาร์ด ดิสก์ ไดรฟ์ สินค้าอุตสาหกรรมอื่น ๆ เศษและของที่ใช้ไม่ได้ที่เป็นทองแดง ไม้แปรรูป ยางธรรมชาติที่กำหนดไว้ในทางเทคนิค เอทิลีน ผลิตภัณฑ์อลูมิเนียมที่ใช้ในอุตสาหกรรม
- สินค้าที่ไทยนำเข้าจากจีนภายใต้สิทธิประโยชน์ ACFTA อาทิ เครื่องจักรไฟฟ้าอื่นๆและส่วนประกอบ เครื่องรับวิทยุโทรศัพท์ โทรเลข โทรทัศน์ เครื่องโทรศัพท์ วิทยุ โทรเลข และอุปกรณ์ แผงวงจรไฟฟ้า ทองคำ เครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ อุปกรณ์ไฟ้ฟ้าสำหรับตัดต่อหรือป้องกันวงจรไฟฟ้า เครื่องพักกระแสไฟฟ้า หม้อแปลงไฟฟ้าและส่วนประกอบ วงจรพิมพ์ ผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ทำจากพลาสติก
- ด้านการค้าบริการ อาเซียนและจีนได้ตกลงร่วมกันที่จะเปิดเสรีการค้าบริการแบบค่อยเป็นค่อยไป โดยให้มีการลดหรือยกเลิกมาตรการที่เป็นการเลือกปฏิบัติระหว่างคนในชาติกับคนต่างชาติ รวมทั้งไม่ออกมาตรการใหม่ที่มีลักษณะเลือกปฏิบัติด้วย ปัจจุบันภายใต้ความตกลง ACFTA จีนเปิดตลาดภาคบริการให้ไทยเป็นจำนวนหลายรายการ อาทิ บริการให้คำปรึกษา สถาปัตยกรรม กฎหมาย บริการในสาขาการท่องเที่ยว โรงแรม บริการตัวแทนท่องเที่ยว/จัดการท่องเที่ยว และบริการขนถ่ายสินค้าทางทะเล
- ด้านการลงทุน ครอบคลุมด้านการส่งเสริมและอำนวยความสะดวก การให้ความคุ้มครองกับนักลงทุน และอยู่ระหว่างหารือเรื่องการเปิดเสรีการลงทุน
----------------------------------------------
สำนักเอเชีย แอฟริกา และตะวันออกกลาง
กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ
มีนาคม 2569