<?xml version='1.0' encoding='UTF-8' ?>
<rss version='2.0' xmlns:atom='http://www.w3.org/2005/Atom'>
<channel>
<title><![CDATA[ไทย-ตุรกี]]></title>
<link>https://www.dtn.go.th/th/content/category/index/id/845</link>
<atom:link href="https://www.dtn.go.th/th/content/category/index/id/845" rel="self" type="application/rss+xml" />
<description><![CDATA[-]]></description>
<item>
<title><![CDATA[FTA ไทย - ตุรกี (ความเป็นมา-ประโยชน์-สถานะล่าสุด) (มิถุนายน 2564)]]></title>
<link>https://www.dtn.go.th/th/content/category/detail/id/845/iid/478</link>
<guid isPermaLink="false">552b4698309daead12d2e3edeebe4d88</guid>
<pubDate>Mon, 19 Jul 2021 08:15:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p style="text-align: center;"><img alt="Thailand" src="/file/get/file/202201258689391a8b93cd2d55ccf3f436eef4e2082708.jpg" style="width: 180px; height: 111px;" />&nbsp;&nbsp;<img alt="Turkey" src="/file/get/file/20220125221cdfb73049678e244380b45872cbb2082835.jpg" style="width: 180px; height: 111px;" /></p>

<p style="text-align: center;"><strong>ความตกลงการค้าเสรี ไทย-ตุรกี</strong></p>

<p style="text-align: center;"><strong>(Thailand-Turkey Free Trade Agreement: TRTHFTA)&nbsp;</strong></p>

<p><br />
<strong><u>ความเป็นมา</u></strong></p>

<ol>
	<li><strong><u></u></strong><u></u>เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2560 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ของไทย (นางอภิรดี ตันตราภรณ์) และรัฐมนตรีกระทรวงเศรษฐกิจของตุรกี (นาย Nihat Zeybek&ccedil;i) ได้ลงนามปฏิญญาร่วมว่าด้วยการประกาศเริ่มการเจรจาความตกลงการค้าเสรีไทย-ตุรกี (Joint Declaration on the Launch of Negotiations for the Turkey &ndash; Thailand Free Trade Agreement) ณ กรุงอังการา สาธารณรัฐตุรกี ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นการเจรจาของทั้งสองประเทศ ในโอกาสเดียวกันนี้ ทั้งสองรัฐมนตรีได้ร่วมกันตั้งเป้าการค้าให้มีการขยายตัว 2 เท่า (2,000 ล้านเหรียญสหรัฐ) ภายหลังความตกลงฯ มีผลบังคับใช้ และในช่วงบ่ายของวันเดียวกัน อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ (นายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร) ได้เป็นหัวหน้าคณะผู้แทนไทยในการเริ่มการเจรจาความตกลงการค้าเสรีระหว่างกันรอบแรกร่วมกับอธิบดีกรมกิจการสหภาพยุโรป (นาย Murat Yapici) โดยทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะเจรจา FTA เฉพาะด้านการค้าสินค้าก่อน และจะเจรจาด้านบริการและการลงทุนเพิ่มเติมในภายหลัง<u></u></li>
	<li>คณะรัฐมนตรีมีมติให้ความเห็นชอบร่างกรอบการเจรจาความตกลงการค้าเสรี (เพิ่มเติม) ซึ่งครอบคลุมประเด็นการค้าบริการและการลงทุน สำหรับการจัดทำ FTA ไทย &ndash; ตุรกี แล้ว เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2561 เพื่อรองรับการเจรจาการค้าบริการและการลงทุนเพิ่มเติมในอนาคต โดยใช้กรอบการเจรจาของ RCEP เป็นพื้นฐาน ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางการเจรจา FTA ของไทยและสถานการณ์ปัจจุบัน</li>
	<li>ที่ผ่านมา ไทยและตุรกีได้เจรจาจัดทำ FTA ไทย &ndash; ตุรกี มาแล้วรวมทั้งสิ้น 7 ครั้ง ครอบคลุมประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการค้าสินค้า โดยแบ่งเป็นคณะทำงานด้านต่าง ๆ จำนวน 9 กลุ่ม ได้แก่ 1) คณะทำงานว่าด้วยการค้าสินค้า (WG-TIG) 2) คณะทำงานว่าด้วยกฎถิ่นกำเนิดสินค้า (WG-RoO) 3) คณะทำงานว่าด้วยมาตรการเยียวยาทางการค้า (WG-TR) 4) คณะทำงานว่าด้วยมาตรการสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช (WG-SPS) 5) คณะทำงานว่าด้วยมาตรการและอุปสรรคทางเทคนิคต่อการค้า (WG-TBT) 6) คณะทำงานว่าด้วยพิธีการศุลกากรและการอำนวยความสะดวกทางการค้า (WG-CPTF) 7) คณะทำงานว่าด้วยความร่วมมือทางเศรษฐกิจ (WG-EC) 8) คณะทำงานว่าด้วยทรัพย์สินทางปัญญา (WG-IPR) และ 9) คณะทำงานว่าด้วยประเด็นกฎหมาย (WG-LII)</li>
</ol>

<p><br />
<u><strong>ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับจากการจัดทำ FTA ไทย &ndash; ตุรกี</strong></u></p>

<p>การจัดทำ FTA ระหว่างไทย-ตุรกี จะก่อให้เกิดประโยชน์ทั้งด้านการค้าและการลงทุนของทั้งสองฝ่าย โดยตุรกีเป็นตลาดขนาดใหญ่ มีประชากรกว่า 80 ล้านคนที่ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อ และมีนักท่องเที่ยวมาเยือนปีละกว่า 40 ล้านคน มีที่ตั้งทางยุทธศาสตร์การค้าระหว่างประเทศที่ดี โดยตั้งอยู่กึ่งกลางระหว่างเอเชีย ยุโรป และกลุ่มประเทศเครือรัฐเอกราช (Commonwealth of Independent States: CIS) ตุรกีจึงเป็นประตูการค้าไปยังประเทศต่าง ๆ ได้ เช่น สหภาพยุโรป ตะวันออกกลาง แอฟริกาตอนเหนือ และเอเชียกลาง การจัดทำ FTA กับตุรกีจะเป็นการช่วยลดผลกระทบจากการตัดสิทธิ GSP ของตุรกี ส่งเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันของสินค้าไทยในตลาดตุรกี โดยเฉพาะสินค้าที่ไทยมีศักยภาพ เช่น ยานพาหนะ ตู้เย็น พลาสติกชนิดโพลิสไตรีน พืชเส้นใย ผ้าทอ อาหารฮาลาล นอกจากนี้ ตุรกียังมีนโยบายส่งเสริมการลงทุนและให้การคุ้มครองนักลงทุน เนื่องจากต้องพึ่งพาการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ จึงเป็นโอกาสอันดีของนักลงทุนไทยที่จะเข้าไปลงทุนในสาขาที่มีศักยภาพ อาทิ ธุรกิจเกี่ยวกับการท่องเที่ยว ธุรกิจการจัดประชุม อุตสาหกรรมแปรรูปผลิตผลทางการเกษตรและประมง เป็นต้น</p>

<p><br />
<u><strong>สถานะล่าสุด</strong></u></p>

<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; ตุรกีเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม FTA ไทย &ndash; ตุรกี ครั้งที่ 7 และการประชุมคณะทำงานด้านต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ในรูปแบบออนไลน์ เมื่อวันที่ 29 มีนาคม &ndash; 2 เมษายน 2564 โดยมีอธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ (นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม) และรองอธิบดีกรมความตกลงระหว่างประเทศและกิจการสหภาพยุโรปของตุรกี (Mrs. Bahar G&uuml;&ccedil;l&uuml;) เป็นหัวหน้าคณะเจรจาฝ่ายไทยและตุรกี ตามลำดับ โดยการประชุมฯ ครั้งที่ 7 ประกอบด้วยการประชุมคณะทำงานด้านต่าง ๆ จำนวน 6 กลุ่ม ได้แก่ 1) คณะทำงานว่าด้วยการค้าสินค้า 2) คณะทำงานว่าด้วยมาตรการเยียวยาทางการค้า 3) คณะทำงานว่าด้วยมาตรการสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช 4) คณะทำงานว่าด้วยมาตรการที่เป็นอุปสรรคทางเทคนิคต่อการค้า 5) คณะทำงานว่าด้วยทรัพย์สินทางปัญญา และ 6) คณะทำงานว่าด้วยประเด็นกฎหมาย โดยในการประชุมฯ ครั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายได้เริ่มการประชุมคณะทำงานว่าด้วยทรัพย์สินทางปัญญา (WG-IPR) เป็นครั้งแรก โดยได้เน้นหารือเพื่อทำความเข้าใจระบบทรัพย์สินทางปัญญาระหว่างกัน</p>

<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; สำหรับประเด็นการเจรจาเปิดตลาดการค้าสินค้า (Market Access) ทั้งสองฝ่ายตั้งเป้าเปิดตลาดให้ได้ร้อยละ 86 &ndash; 92 ของรายการสินค้าทั้งหมด (Tariff Lines) และเปิดตลาดในกลุ่มสินค้ายกเว้นภาษีทันที (Entry into Force: EIF) ให้ได้ร้อยละ 60 ของรายการสินค้าทั้งหมด</p>

<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; สำหรับประเด็นการเจรจาข้อบท (FTA Text) สองฝ่ายสามารถสรุปผลการเจรจาได้แล้ว จำนวน 4 บท จากทั้งหมด 14 บท ขณะที่การเจรจาข้อบทที่เหลือส่วนใหญ่มีความคืบหน้าดี และคาดว่าจะสามารถสรุปผลการเจรจาเพิ่มเติมได้ในอีกหลายบทในการประชุมฯ ครั้งที่ 8</p>

<p><u>บทที่สามารถสรุปผลการเจรจาได้แล้ว</u> มีดังนี้</p>

<ul>
	<li>Customs Procedures and Trade Facilitation (CPTF) Chapter</li>
	<li>Economic Cooperation (EC) Chapter</li>
	<li>Transparency Chapter</li>
	<li>Dispute Settlement Chapter</li>
</ul>

<p><u>บทที่อยู่ระหว่างการเจรจา</u> มีดังนี้</p>

<ul>
	<li>Initial Provision and General Definitions Chapter</li>
	<li>Trade in Goods Chapter</li>
	<li>Trade Remedies Chapter</li>
	<li>Sanitary and Phytosanitary Measures Chapter</li>
	<li>Technical Barriers to Trade Chapter</li>
	<li>Intellectual Property Chapter</li>
	<li>Institutional, General and Final Provisions Chapter (เห็นพ้องที่จะแยกออกเป็น 3 Chapters ภายหลังสรุปผลการเจรจา text)</li>
	<li>Rules of Origin Protocol</li>
</ul>

<p>ทั้งนี้ สองฝ่ายตั้งเป้าสรุปผลการเจรจาให้ได้ภายในปี 2565 โดยมีแผนการทำงาน (Work Plan) ดังนี้</p>

<ul>
	<li>การประชุมฯ ครั้งที่ 8 ในช่วงไตรมาสที่ 3 ของปี 2564</li>
	<li>การประชุมฯ ครั้งที่ 9 ในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปี 2564</li>
	<li>การประชุมฯ ครั้งที่ 10 ในช่วงไตรมาสที่ 1 ของปี 2565</li>
</ul>

<p style="text-align: center;"><br />
----------------------------------------------</p>

<p style="text-align: right;">สำนักเอเชีย แอฟริกา และตะวันออกกลาง</p>

<p style="text-align: right;">กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ</p>

<p style="text-align: right;">มิถุนายน 2564</p>

<p><br />
&nbsp;</p>
]]></description>
</item>
</channel>
</rss>
