<?xml version='1.0' encoding='UTF-8' ?>
<rss version='2.0' xmlns:atom='http://www.w3.org/2005/Atom'>
<channel>
<title><![CDATA[ผลการประชุมรัฐมนตรีการค้าเอเปค ครั้งที่ 16]]></title>
<link>https://www.dtn.go.th/th/content/categories/index/id/770</link>
<atom:link href="https://www.dtn.go.th/th/content/categories/index/id/770" rel="self" type="application/rss+xml" />
<description><![CDATA[-]]></description>
<item>
<title><![CDATA[ผลการประชุมรัฐมนตรีการค้าเอเปค ครั้งที่ 16]]></title>
<link>https://www.dtn.go.th/th/content/categories/detail/id/770/iid/1055</link>
<guid isPermaLink="false">14533ae3938958259768e185ae9e57ea</guid>
<pubDate>Tue, 11 Jun 2019 16:25:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p style="text-align: center;"><strong>ผลการประชุมรัฐมนตรีการค้าเอเปค (MRT) ครั้งที่ 16</strong></p>

<p style="text-align: center;"><strong>ระหว่างวันที่ 5-6 มิถุนายน 2553</strong></p>

<p style="text-align: center;"><strong>ณ เมืองซับโปโร ประเทศญี่ปุ่น</strong></p>

<p style="text-align: center;"><strong>----------------------------------------------------------------------------------------------------------------</strong></p>

<p><strong>1. การสนับสนุนการเจรจาการค้ารอบโดฮา และการต่อต้านการใช้มาตรการกีดกัน</strong></p>

<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;นาย Pascal Lamy ผู้อำนวยการใหญ่องค์การการค้าโลก&nbsp;ซึ่งเข้าร่วมประชุมในครั้งนี้ด้วยได้รายงานให้ที่ประชุมทราบถึงความคืบหน้าการเจรจารอบโดฮาและประเด็นเจรจาที่เป็นปัญหา&nbsp;ที่ประชุมเห็นพ้องว่า&nbsp;การเจรจาควรมีความสมดุลและสนับสนุนกระบวนการหารือแบบเจรจาหลายเรื่องพร้อมกัน (horizontal process)&nbsp;<br />
(ที่ผ่านมา จะเป็นการเจรจาแยกกันแต่ละเรื่อง) สหรัฐฯ เรียกร้องให้ประเทศกำลังพัฒนาเปิดตลาดสินค้าและบริการให้มากขึ้น &nbsp; ในขณะที่จีนคัดค้านข้อเรียกร้องของสหรัฐฯ โดยเห็นว่า การเจรจารอบนี้เน้นเรื่องการพัฒนาจึงไม่ควรกดดันประเทศกำลังพัฒนา นอกจากนี้ หลายประเทศเรียกร้องไม่ให้มีการใช้มาตรการกีดกันทางการค้าเพื่อแก้ปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจโลก</p>

<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ได้กล่าวถ้อยแถลงว่า ไทยสนับสนุนกระบวนการหารือแบบเจรจาหลายเรื่องพร้อมกัน &nbsp; และพร้อมที่จะยืดหยุ่นในการเจรจาสินค้าอุตสาหกรรมและบริการ หากเรื่องสินค้าเกษตรมีความคืบหน้าที่น่าพอใจและได้กล่าวย้ำว่า ประเทศไทยไม่มีการใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในลักษณะที่เป็นการกีดกันการค้า แม้ว่าเราจะมีปัญหาทั้งภายในภายนอกก็ตาม</p>

<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;ในการนี้ ที่ประชุมได้ออกแถลงการณ์ของรัฐมนตรีการค้าเอเปคเรื่องการเจรจารอบโดฮา และตกลงที่จะสนับสนุนข้อเรียกร้องไม่ให้ใช้มาตรการที่เป็นอุปสรรคต่อการค้าการลงทุนหรือมาตรการกระตุ้นการส่งออกที่ไม่สอดคล้องกับ WTO ต่อไปจนถึงปี 2011</p>

<p><strong>2. เป้าหมายโบกอร์</strong></p>

<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;ที่ประชุมพิจารณาความคืบหน้าในการเปิดเสรีการค้าการลงทุนตามเป้าหมายโบกอร์ในปี 2010ของสมาชิกพัฒนาแล้ว 5 เขตเศรษฐกิจ (แคนาดา ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น นิวซีแลนด์ และสหรัฐฯ) และสมาชิกกำลังพัฒนาที่อาสาเข้าร่วมประเมินผลในปีนี้อีก 8 เขตเศรษฐกิจ (ชิลี &nbsp; เปรู &nbsp; เม็กซิโก ฮ่องกง &nbsp; จีนไทเป เกาหลีใต้ สิงคโปร์ และมาเลเซีย) &nbsp;ซึ่งแม้ขณะนี้ยังไม่เสร็จสมบูรณ์ &nbsp; แต่สมาชิกก็มีความเข้าใจร่วมกันถึงประเด็นสำคัญ(Main thrust) &nbsp;ของการประเมิน &nbsp; และผลการประเมินจะได้นำเสนอสิ่งที่สมาชิกจะต้องดำเนินการต่อไปในการเปิดเสรีและอำนวยความสะดวกด้านการค้าการลงทุน ทั้งนี้ รายงานผลการประเมินฉบับสุดท้ายจะนำเสนอต่อที่ประชุมรัฐมนตรีและผู้นำเศรษฐกิจเอเปคในเดือนพฤศจิกายน</p>

<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์กล่าวว่า ไทยพอใจกับความคืบหน้าการประเมินผล แต่คิดว่ารายงานนำเสนอประเด็นเชิงบวกมากเกินไป และควรสมดุลมากกว่านี้ โดยไทยเห็นว่า การเปิดเสรีบางเรื่องยังมีปัญหา โดยเฉพาะเรื่องภาษีศุลกากรของสินค้าเกษตรที่ยังอยู่ในอัตราสูง และมาตรการที่มิใช่ภาษีที่มีการใช้เพิ่มมากขึ้นในหลายประเทศ นอกจากนี้รายงานการประเมินผลควรระบุสิ่งที่เอเปคจะต้องดำเนินการในอนาคตเพื่อแก้ไขปัญหาที่เป็นอุปสรรคเหล่านี้ โดยให้ผู้นำเศรษฐกิจเอเปคสั่งการในเรื่องดังกล่าว</p>

<p><strong>3. &nbsp; การรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจที่ใกล้ชิดมากขึ้นในภูมิภาค (Regional Economic Integration: REI)</strong></p>

<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;ที่ประชุมได้แลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นเกี่ยวกับการเจรจาเขตการค้าเสรีในเอเชีย-แปซิฟิค (Free Trade Area of the Asia-Pacific: FTAAP) โดยหลายประเทศกล่าวว่า ปัจจุบันภูมิภาคนี้มีการรวมตัวใกล้ชิดกันมากขึ้นผ่านการเจรจา FTA ของหลายประเทศ &nbsp; และการดำเนินการในเอเปคภายใต้เวทีสำคัญก็มีงานที่เกี่ยวกับ FTAAP อยู่แล้ว จึงน่าจะยังคง FTAAP ไว้เป็นเป้าหมายในระยะยาว (long-term goal) ของเอเปคต่อไป นอกจากนี้ได้รับ ทราบความคืบหน้าการดำเนินงานในเรื่อง REI อาทิ</p>

<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;3.1 การจัดทำ Road Map ด้านการลงทุน</p>

<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;3.2 การจัดทำแผนปฏิบัติงาน (Action Plan) เพื่อแก้ไขปัญหาอุปสรรคด้านโลจิสติกส์</p>

<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;3.3 การเข้าร่วมของมาเลเซียและบรูไนในโครงการ APEC Self-Certification of Origin Pathfinder ทำให้ขณะนี้มีสมาชิกเข้าร่วมโครงการนี้ทั้งสิ้น 9 เขตเศรษฐกิจ ซึ่งขยายจากเดิมที่มี 7 เขตเศรฐกิจ (ออสเตรเลีย แคนาดา ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ นิวซีแลนด์ สิงคโปร์ และสหรัฐฯ)</p>

<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;3.4 การจัดตั้ง APEC Website on Tariff and Rules of Origin (WebTR)</p>

<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;3.5 การดำเนินการเกี่ยวกับการปฏิรูปกฎระเบียบภายใน (Behind the Border) ซึ่งเน้นการปรับ ปรุงสภาพแวดล้อมในการทำธุรกิจ 5 เรื่อง ประกอบด้วย การเริ่มต้นทำธุรกิจ การขอสินเชื่อ การค้าข้ามพรม แดน การบังคับใช้สัญญา และการขออนุญาตประกอบธุรกิจ โดยให้ถูกลง เร็วขึ้น และง่ายขึ้นให้ได้ร้อยละ 25 ในปี 2015 และอย่างน้อยร้อยละ 5 ในปี 2011</p>

<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;ในประเด็นนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ได้กล่าวต่อที่ประชุมว่า ไทยไม่ขัดข้องต่อการคง FTAAP ไว้เป็นเป้าหมายในระยะยาว สำหรับการดำเนินการเพื่อให้มีการรวมตัวใกล้ชิดขึ้นนั้น ไทยเห็นว่าการเปิดเสรีการค้าการลงทุน ต้องดำเนินการเรื่องการอำนวยความสะดวกทางการค้าและการปฏิรูปกฎหมายควบคู่กันไป เพื่อให้การค้าการลงทุนระหว่างประเทศมีอุปสรรคน้อย &nbsp; สำหรับการดำเนินการเฉพาะเรื่องนั้น ไทยให้ความสำคัญกับประเด็นเรื่อง Supply Chain Connectivity ในเอเปค การพัฒนาด้านมาตรฐานและการตรวจสอบคุณภาพ และการปฏิรูปกฎระเบียบภายใน ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับประเทศกำลังพัฒนาในระยะยาว</p>

<p><strong>4. กลยุทธ์การเจริญเติบโตใหม่ (New Growth Strategy)</strong></p>

<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;ที่ประชุมพิจารณาข้อเสนอเรื่อง กลยุทธ์การเจริญเติบโตใหม่ของญี่ปุ่น &nbsp; ซึ่งเป็นแนวทางรองรับการดำเนินการหลังวิกฤตเศรษฐกิจ &nbsp; และเตรียมความพร้อมของสมาชิก หากเกิดวิกฤตเศรษฐกิจขึ้นในอนาคต โดยหลักการคือ การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจต้องมี<u>ความสมดุล (balanced growth) ทั้งระหว่างและภายในเขตเศรษฐกิจสมาชิก มีความเท่าเทียม (inclusive growth) ระหว่างภาคส่วนต่างๆ ต้องเอื้อต่อสิ่งแวดล้อม (green growth) &nbsp;การเจริญเติบโตอย่างมีนวัตกรรม (innovative growth) &nbsp; โดยใช้วิทยาศาสตร์/เทคโนโลยี และมีความมั่นคง (secure growth) ที่จะปกป้องประชากร สังคมและเศรษฐกิจจากภัยพิบัติทั้งที่เกิดจากมนุษย์และธรรมชาติ โดยแผนปฏิบัติงานในเรื่องดังกล่าวจะเน้นเรื่องที่เอเปคสามารถเพิ่มคุณค่า (add value) ความร่วมมือทางเศรษฐกิจและวิชาการ และการเพิ่มขีดความสามารถ (capacity building)</u></p>

<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์กล่าวว่า ไทยสนับสนุนในหลักการตามข้อเสนอของญี่ปุ่น แต่อยากให้มีรายละเอียดที่ชัดเจนในแต่ละหัวข้อ โดยไทยอยากให้กลยุทธ์ให้ความสำคัญกับภาคเกษตรมากกว่านี้ สำหรับเรื่องการเติบโตโดยมีนวัตกรรมนั้นแม้จะเป็นสิ่งที่ดี แต่ควรมีความสมดุลระหว่างการคุ้มครองสิทธิและการใช้ทรัพย์สินทางปัญญาเพื่อการพัฒนาด้วย</p>

<p style="text-align: center;">--------------------------------------------------------</p>

<p style="text-align: right;">สำนักยุทธศาสตร์การเจรจาการค้า</p>

<p style="text-align: right;">กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ</p>

<p style="text-align: right;">มิถุนายน 2554</p>

<p></p>
]]></description>
</item>
</channel>
</rss>
