<?xml version='1.0' encoding='UTF-8' ?>
<rss version='2.0' xmlns:atom='http://www.w3.org/2005/Atom'>
<channel>
<title><![CDATA[DTN News Update]]></title>
<link>https://www.dtn.go.th/th/content/categories/index/id/77</link>
<atom:link href="https://www.dtn.go.th/th/content/categories/index/id/77" rel="self" type="application/rss+xml" />
<description><![CDATA[-]]></description>
<item>
<title><![CDATA[‘สินิตย์’ ถกสมาชิกรัฐสภาเอฟตา ดันสรุปผลเจรจา FTA ไทย-เอฟตา ภายใน 2 ปี พร้อมหาแนวทางขยายความสัมพันธ์ทางการค้าระยะยาว]]></title>
<link>https://www.dtn.go.th/th/content/categories/detail/id/77/iid/11171</link>
<guid isPermaLink="false">909d1c1c70a7254f2c71de2546a8b859</guid>
<pubDate>Tue, 13 Sep 2022 08:36:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p style="text-align: center;"><img alt="‘สินิตย์’ ถกสมาชิกรัฐสภาเอฟตา ดันสรุปผลเจรจา FTA ไทย-เอฟตา ภายใน 2 ปี พร้อมหาแนวทางขยายความสัมพันธ์ทางการค้าระยะยาว" src="/file/get/file/1.202209154ffc3249305ff28b73116c7d9324fed8121710.jpg" style="width: 600px; height: 600px;" /></p>

<p><strong>&lsquo;</strong><strong>สินิตย์</strong><strong>&rsquo;</strong><strong>&nbsp;หารือ</strong><strong>สมาชิกรัฐสภาเอฟตา กระชับความสัมพันธ์การค้าการลงทุน ดันสรุปผลเจรจา&nbsp;</strong><strong>FTA</strong><strong>&nbsp;ไทย-เอฟตา</strong>&nbsp;<strong>ภ</strong><strong>ายใน 2 ปี ชี้</strong><strong>!</strong><strong>&nbsp;จะกลายเป็น&nbsp;</strong><strong>FTA&nbsp;</strong><strong>ยุคใหม่ที่ทันสมัย ช่วยลดอุปสรรคทางการค้าสินค้า บริการ และการลงทุน พร้อมร่วมมือส่งเสริม&nbsp;</strong><strong>BCG</strong>&nbsp;<strong>Model</strong><strong>&nbsp;และ&nbsp;</strong><strong>MSMEs</strong>&nbsp;<strong>ชวนเอฟตาลงทุนด้านนวัตกรรมและ</strong><strong>เทคโนโลยีชั้นสูง ย้ำไทยเป็นตลาดและฐานการลงทุนที่มีศักยภาพ และเอฟตาใช้ไทยเป็นประตูการค้าสู่ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้ &nbsp;</strong></p>

<p>นายสินิตย์ เลิศไกร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้รับมอบหมายจากรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ (นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์) เข้าพบหารือกับนางสาวอิงกิเบิร์ก โอเลิฟ อิซัคเซน ประธานคณะกรรมาธิการสมาชิกรัฐสภาสมาคมการค้าเสรีแห่งยุโรป หรือ เอฟตา (European Free Trade Association Parliamentary Committee) เมื่อวันที่ 6 กันยายน ที่ผ่านมา พร้อมด้วยสมาชิกรัฐสภาจาก 4 ประเทศสมาชิกเอฟตา ประกอบด้วย สวิตเซอร์แลนด์ นอร์เวย์ ไอซ์แลนด์ และลิกเตนสไตน์ ณ ทำเนียบรัฐบาล เนื่องในโอกาสที่ผู้แทนสมาชิกรัฐสภาเอฟตา เดินทางเยือนไทยอย่างเป็นทางการครั้งแรก โดยได้หารือแนวทางขยายความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างกัน และมุ่งเน้นผลักดันการเจรจาความตกลงการค้าเสรี (FTA) ระหว่างไทย-เอฟตา ซึ่งได้เริ่มเจรจารอบแรก เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา และกำหนดเจรจารอบสองในช่วงปลายเดือนตุลาคมนี้</p>

<p style="text-align: center;"><img alt="‘สินิตย์’ ถกสมาชิกรัฐสภาเอฟตา ดันสรุปผลเจรจา FTA ไทย-เอฟตา ภายใน 2 ปี พร้อมหาแนวทางขยายความสัมพันธ์ทางการค้าระยะยาว" src="/file/get/file/1.20220915f00567e5ac4ee3cd6353a12ae430cae9121809.jpg" style="width: 600px; height: 400px;" /></p>

<p>นายสินิตย์ กล่าวว่า การหารือครั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายมีความมุ่งมั่นที่จะสรุปผลการเจรจา FTA ไทย-เอฟตา ให้สำเร็จโดยเร็วภายใน 2 ปี ซึ่งจะเป็นความตกลง FTA ยุคใหม่ ครอบคลุมประเด็นที่ทันสมัย เพื่อให้ภาคเอกชนและประชาชนได้ประโยชน์จากข้อตกลงเปิดเสรีและลดอุปสรรคทางการค้าสินค้า บริการ และการลงทุนระหว่างกัน รวมถึงความร่วมมือด้านต่างๆ ที่จะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศไทย อาทิ การถ่ายทอดความรู้เชิงเทคนิคและเทคโนโลยี การส่งเสริมโมเดลเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน เศรษฐกิจสีเขียว (BCG Model) การส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลาง ขนาดย่อม และขนาดเล็ก (MSMEs) แนวทางฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังโควิด-19 และการรับมือกับสถานการณ์ความไม่แน่นอนของระบบเศรษฐกิจโลก ซึ่งสมาชิกรัฐสภาเอฟตาจะช่วยผลักดันและสื่อสารกับภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อสนับสนุนให้การเจรจา FTA ไทย-เอฟตา สำเร็จตามที่ทั้งสองฝ่ายตั้งเป้าหมายไว้</p>

<p>นายสินิตย์ เสริมว่า ที่ประชุมยังได้หารือถึงแนวทางการพัฒนาความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ การค้า และการลงทุน ซึ่งได้ชวนให้เอฟตาขยายการค้าการลงทุนมายังไทย โดยเฉพาะสาขานวัตกรรมและเทคโนโลยีชั้นสูง เพื่อสนับสนุนการพัฒนาและยกระดับความสามารถในการแข่งขันของไทย ซึ่งเอฟตาสามารถใช้ไทยเป็นประตูการค้า (Gateway) สู่ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สำหรับฝ่ายเอฟตา เห็นว่าไทยเป็นตลาดและฐานการลงทุนที่มีศักยภาพ โดยมีโอกาสที่จะพัฒนาและขยายการค้าการลงทุนระหว่างกันต่อไปในอนาคต</p>

<p style="text-align: center;"><img alt="‘สินิตย์’ ถกสมาชิกรัฐสภาเอฟตา ดันสรุปผลเจรจา FTA ไทย-เอฟตา ภายใน 2 ปี พร้อมหาแนวทางขยายความสัมพันธ์ทางการค้าระยะยาว" src="/file/get/file/1.2022091599ee9be979c2d7552f6a4ebb4572012d121848.jpg" style="width: 600px; height: 399px;" /></p>

<p>สำหรับคณะกรรมาธิการสมาชิกรัฐสภาเอฟตา เป็นกลไกสำคัญของกลุ่มประเทศเอฟตา เปรียบเสมือนที่ปรึกษาด้านการเมืองและการค้าระหว่างประเทศ เพื่อเชื่อมสัมพันธ์ทางการค้ากับประเทศคู่ค้าสำคัญ โดยเฉพาะประเทศที่เอฟตามีความตกลง FTA หรืออยู่ระหว่างเจรจาจัดทำ FTA</p>

<p>ทั้งนี้ ในช่วงครึ่งปีเเรก (ม.ค. &ndash; มิ.ย. 2565) การค้าระหว่างไทยและเอฟตา มีมูลค่า 6,087.16 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยไทยส่งออกไปเอฟตา มูลค่า 3,027.92 ล้านเหรียญสหรัฐ สินค้าส่งออกสำคัญ ได้แก่ อัญมณีและเครื่องประดับ นาฬิกาและส่วนประกอบ และเครื่องจักรกลและส่วนประกอบ และไทยนำเข้าจากเอฟตา มูลค่า 3,059.25 ล้านเหรียญสหรัฐ สินค้านำเข้าสำคัญ อาทิ เครื่องเพชรพลอย อัญมณี เงินแท่งและทองคำ นาฬิกาและส่วนประกอบ และเนื้อสัตว์สำหรับการบริโภค</p>

<p style="text-align: center;"><img alt="‘สินิตย์’ ถกสมาชิกรัฐสภาเอฟตา ดันสรุปผลเจรจา FTA ไทย-เอฟตา ภายใน 2 ปี พร้อมหาแนวทางขยายความสัมพันธ์ทางการค้าระยะยาว" src="/file/get/file/1.20220915f886273f3183c7f56b958323f2813ad4121926.jpg" style="width: 600px; height: 400px;" /></p>

<p style="text-align: center;">-----------------------------</p>

<p style="text-align: right;">13 กันยายน 2565</p>
]]></description>
<enclosure url='https://www.dtn.go.th/th/file/get/file/1.202209142ca6435d9b2d4e6c369b86d124995f46083712.jpg' type='image/jpg' length='394804' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[‘พาณิชย์’ เร่งเดินหน้าจัดตั้ง JTC เจาะตลาดใหม่ ‘แอฟริกา-ตะวันออกกลาง’ ตั้งเป้าให้สำเร็จภายในปีหน้า]]></title>
<link>https://www.dtn.go.th/th/content/categories/detail/id/77/iid/11170</link>
<guid isPermaLink="false">89522eb6a49b5680aabbe74fb6f193ed</guid>
<pubDate>Mon, 12 Sep 2022 09:04:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p style="text-align: center;"><img alt="‘พาณิชย์’ เร่งเดินหน้าจัดตั้ง JTC เจาะตลาดใหม่ ‘แอฟริกา-ตะวันออกกลาง’ ตั้งเป้าให้สำเร็จภายในปีหน้า" src="/file/get/file/1.2022091572eb63be270fda2b293a4cc3b0f27d16121521.jpg" style="width: 600px; height: 399px;" /></p>

<p><strong>กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เร่งเดินหน้าจัดตั้ง</strong>&nbsp;<strong>JTC เจาะตลาดใหม่ แอฟริกาและตะวันออกกลาง เล็งขยายการค้าการลงทุน ทั้งซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ อียิปต์ และโมร็อกโก ตั้งเป้าให้สำเร็จภายในปีหน้า ชี้! เป็นตลาดศักยภาพที่มีกำลังซื้อสูงสามารถเติบโตได้ และเป็นประตูสู่ภูมิภาคเอเชีย ยุโรป และแอฟริกา ในอนาคต</strong></p>

<p>นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยภายหลังจากที่ได้ร่วมคณะรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ (นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์) เยือนมองโกเลีย เพื่อลงนาม MoU จัดตั้งคณะกรรมการร่วมทางการค้า (Joint Trade Committee: JTC) และประชุมคณะกรรมการร่วมการค้า JTC ไทย-มองโกเลีย JTC ครั้งแรก เมื่อต้นเดือนกันยายน ที่ผ่านมา ว่า กรมมีแผนเดินหน้าจัดตั้ง JTC กับตลาดใหม่ โดยเฉพาะประเทศในทวีปแอฟริกาและตะวันออกกลางที่ไทยเห็นศักยภาพในการขยายการค้าการลงทุน ซึ่งที่ผ่านมายังไม่มีเวทีหารือระดับรัฐบาลอย่างเป็นทางการ ที่จะกำหนดเป้าหมายทางการค้าและจัดทำแผนความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างกัน ดังนั้น กรมจึงจะต้องเร่งเดินหน้าหารือกับประเทศกลุ่มเป้าหมาย อาทิ ซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) และอียิปต์ เพื่อจัดตั้ง JTC ให้แล้วเสร็จภายในปี 2565-2566</p>

<p>นางอรมน เสริมว่า ประเทศตลาดใหม่ในแอฟริกาและตะวันออกกลางถือเป็นตลาดที่น่าสนใจและมีศักยภาพสามารถเติบโตได้ดี เนื่องจากมีประชากรจำนวนมากและมีกำลังซื้อสูง ซึ่งนอกจากจะเป็นตลาดรองรับการส่งออกสินค้าของไทย โดยเฉพาะสินค้าเกษตรและอาหารแล้ว ยังเป็นแหล่งนำเข้าวัตถุดิบการผลิตและพลังงานที่สำคัญของไทยอีกด้วย อีกทั้งยังมีทำเลที่ตั้งทางยุทธศาสตร์ที่สำคัญ สามารถพัฒนาไปเป็นจุดกระจายสินค้าได้ ซึ่งเป็นปัจจัยสนับสนุนที่จะเอื้อต่อการเชื่อมโยงห่วงโซ่การผลิตและการส่งออกของไทยกับภูมิภาคเอเชีย ยุโรป และแอฟริกา ในอนาคต</p>

<p>ปัจจุบันไทยมี JTC กับประเทศสมาชิกอาเซียน และเวทีหารือสองฝ่ายระหว่างระดับรัฐมนตรี และเจ้าหน้าที่ระดับสูงของไทยกับคู่ค้าสำคัญ รวม 32 เวที เช่น จีน ญี่ปุ่น อินเดีย สหรัฐฯ สหภาพยุโรป และสหราชอาณาจักร เป็นต้น โดยปีงบประมาณ 2566 ไทยมีแผนจะเป็นเจ้าภาพการประชุม JTC กับ 10 ประเทศคู่ค้า เช่น แอฟริกาใต้ มัลดีฟส์ อินเดีย อิสราเอล สิงคโปร์ กัมพูชา และอินโดนีเซีย เป็นต้น รวมทั้งเข้าร่วมการประชุม JTC ที่ประเทศคู่ค้าจะเป็นเจ้าภาพ เช่น บังกลาเทศ โมร็อกโก ภูฏาน และมาเลเซีย เป็นต้น</p>

<p>นางอรมน เพิ่มเติมว่า โดยสรุปเวที JTC ที่มีอยู่แล้วในภูมิภาคแอฟริกา มีประมาณ 5 ประเทศ คือ โมร็อกโก ตูนิเซีย แอฟริกาใต้ โมซัมบิก และเคนยา ส่วนที่กำลังจัดตั้ง คือ อียิปต์ อย่างไรก็ดี โมร็อกโก และเคนยา ยังไม่เคยมีการจัดประชุมในระดับรัฐมนตรี กรมจึงอยู่ระหว่างหารือกับประเทศเหล่านั้น เพื่อจัดการประชุม JTC และทำแผนความร่วมมือเพื่อส่งเสริมและแก้ปัญหาทางการค้าและการลงทุน ส่วนเวที JTC ที่มีในภูมิภาคตะวันออกกลาง มีกับ 4 ประเทศ คือ อิรัก อิหร่าน บาห์เรน และอิสราเอล และที่กำลังจัดตั้งเพิ่ม คือ ซาอุดีอาระเบีย และ UAE</p>

<p>ทั้งนี้ ในปี 2564 การค้าระหว่างไทยกับประเทศในภูมิภาคแอฟริกาและตะวันออกกลาง มีมูลค่า 43.94 พันล้านเหรียญสหรัฐ (1.40 ล้านล้านบาท) โดยเป็นการส่งออกจากไทย มูลค่า 15.87 พันล้านเหรียญสหรัฐ (0.5 ล้านล้านบาท) และไทยนำเข้า มูลค่า 28.07 พันล้านเหรียญสหรัฐ (0.9 ล้านล้านบาท) เพิ่มขึ้น 46.32% จากปีก่อนหน้า คิดเป็น 8.15% ของการค้ารวมของไทย สินค้าส่งออกสำคัญ อาทิ รถยนต์ อุปกรณ์ และส่วนประกอบ ไม้และผลิตภัณฑ์ไม้ ข้าว เครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ และอาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป สินค้านำเข้าสำคัญ อาทิ น้ำมันดิบ น้ำมันสำเร็จรูป ก๊าซธรรมชาติ สินแร่โลหะอื่นๆ เครื่องเพชรพลอย อัญมณี เงินแท่งและทองคำ และเคมีภัณฑ์ สำหรับในช่วงเดือน ม.ค. &ndash; ก.ค. 2565 การค้ารวมมีมูลค่า 37.04 พันล้านเหรียญสหรัฐ (1.25 ล้านล้านบาท) เพิ่มขึ้น 58.28%</p>

<p style="text-align: center;">-----------------------------------</p>

<p style="text-align: right;">12 กันยายน 2565</p>
]]></description>
<enclosure url='https://www.dtn.go.th/th/file/get/file/1.2022091372eb63be270fda2b293a4cc3b0f27d16090516.jpg' type='image/jpg' length='224283' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[‘กรมเจรจาฯ’ เผย ไทยเตรียมประเดิมเป็นเจ้าภาพจัดประชุม ATIGA นัดแรก ในรอบ 12 ปี]]></title>
<link>https://www.dtn.go.th/th/content/categories/detail/id/77/iid/11169</link>
<guid isPermaLink="false">9ff70538dc874e737e5f7389b01daf31</guid>
<pubDate>Mon, 12 Sep 2022 09:02:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p style="text-align: center;"><strong><img alt="‘กรมเจรจาฯ’ เผย ไทยเตรียมประเดิมเป็นเจ้าภาพจัดประชุม ATIGA นัดแรก ในรอบ 12 ปี" src="https://api.dtn.go.th/files/v3/631ed860ef4140ccea580413/download" style="width: 559px; height: 373px;" /></strong></p>

<p style="text-align: center;"><strong>ไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมคณะเจรจายกระดับความตกลง&nbsp;</strong><strong>ATIGA ครั้งแรก ในรอบ 12 ปี มุ่งหารือปรับปรุงโครงสร้างความตกลงให้ทันสมัย เปิดกว้าง สอดคล้องกับการพัฒนาในภูมิภาคและระดับสากล และทิศทางการค้าโลก เน้นเชื่อมโยงห่วงโซ่การผลิตระดับภูมิภาค คาดจะส่งผลให้มูลค่าการค้าในอาเซียนเพิ่มขึ้น</strong></p>

<p style="text-align: center;">นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า หลังจากที่รัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนได้ประกาศเริ่มการเจรจายกระดับความตกลงการค้าสินค้าของอาเซียน (ASEAN Trade in Goods Agreement: ATIGA) ในการประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนอย่างไม่เป็นทางการ (AEM Retreat) ครั้งที่ 28 เมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2565 ไทยจะเป็นเจ้าภาพการประชุมครั้งแรกของคณะเจรจายกระดับความตกลง ATIGA (Trade Negotiating Committee for the ATIGA Upgrading Negotiation: ATIGA TNC) ครั้งที่ 1 ระหว่างวันที่ 29-30 กันยายน 2565 ณ จังหวัดกระบี่</p>

<p style="text-align: center;">นางอรมน กล่าวว่า การประชุมคณะเจรจายกระดับความตกลง ATIGA จะมีการหารือแผนงานการเจรจายกระดับความตกลงการค้าสินค้าของอาเซียน (ATIGA) เพื่อปรับปรุงความตกลง ATIGA ซึ่งมีเป้าหมายให้อาเซียนเป็นตลาดเดียว และเคลื่อนย้ายสินค้าภายในภูมิภาคได้อย่างเสรี ลดอุปสรรคทางการค้าระหว่างอาเซียน ซึ่งได้ลงนามเมื่อปี 2552 และมีผลบังคับใช้ในปี 2553 ให้สอดคล้องกับการพัฒนาในภูมิภาคและระดับสากล และเปิดกว้างสำหรับประเด็นใหม่ๆ ในทิศทางของโลกในอนาคต เช่น การยกระดับให้พิธีการศุลกากรของประเทศสมาชิกสอดคล้องกับมาตรฐานสากล (Customs Modernisation) ที่มีความสะดวกและง่ายต่อการตรวจปล่อยสินค้ากรณีเร่งด่วนฉุกเฉิน (Express Consignment) การค้ากับสิ่งแวดล้อม (Trade and Environment) การสนับสนุนให้วิสาหกิจขนาดกลาง ขนาดย่อม และรายย่อย (MSMEs) เข้าถึงตลาดในภูมิภาคมากขึ้น การเชื่อมโยงระบบเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ &nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;(e-Document) เป็นต้น</p>

<p style="text-align: center;">สำหรับผู้เข้าร่วมการประชุมคณะเจรจาฯ จะประกอบด้วยหัวหน้าคณะเจรจายกระดับความตกลง ATIGA (ATIGA TNC Lead) ของประเทศสมาชิกอาเซียน รวมทั้งประธานคณะทำงานทั้ง 6 ด้าน ได้แก่ คณะเจรจาด้านพิธีการศุลกากรและการอำนวยความสะดวกทางการค้า คณะเจรจาด้านกฎถิ่นกำเนิดสินค้า คณะเจรจาด้านมาตรการสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช คณะเจรจาด้านมาตรฐาน กฎระเบียบทางเทคนิคและกระบวนการตรวจสอบและรับรอง คณะเจรจาด้านการเยียวยาทางการค้า และคณะเจรจาด้านกฎหมายและสถาบัน</p>

<p style="text-align: center;">&ldquo;การประชุมของคณะเจรจาฯ ในช่วงปลายเดือนนี้ จะเป็นการเจรจายกระดับความตกลงในรอบ 12 ปี เพื่อให้ความตกลง ATIGA เป็นความตกลงที่สอดคล้องกับสภาวะการค้าในปัจจุบัน และรองรับทิศทางการค้าในอนาคต โดยมุ่งเน้นให้มีการเชื่อมโยงห่วงโซ่การผลิตในระดับภูมิภาคที่มากขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้มูลค่าการค้าในอาเซียนเพิ่มมากขึ้น&rdquo; นางอรมนเสริม</p>

<p style="text-align: center;">อาเซียนเป็นคู่ค้าอันดับ 1 ของไทยมาอย่างยาวนาน โดยในปี 2564 การค้าระหว่างไทยกับอาเซียน มีมูลค่า 110,868.81 ล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็นสัดส่วน 20.5% ของมูลค่าการค้าทั้งหมดของไทย ซึ่งไทยได้ดุลการค้ากับอาเซียนมูลค่า 19,430.77 ล้านเหรียญสหรัฐ ไทยส่งออกและนำเข้าจากอาเซียนเป็นอันดับหนึ่ง ในสัดส่วน 23% และ 17% ของมูลค่าการค้าไทยกับโลกตามลำดับ สินค้าส่งออกสำคัญของไทย เช่น น้ำมันสำเร็จรูป ยานยนต์และชิ้นส่วน เม็ดพลาสติก เคมีภัณฑ์ เป็นต้น และสินค้านำเข้าสำคัญ เช่น เครื่องคอมพิวเตอร์และส่วนประกอบ น้ำมันดิบ เคมีภัณฑ์ เครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ ก๊าซธรรมชาติ เป็นต้น</p>

<p style="text-align: center;">---------------------------------------</p>

<p style="text-align: center;">12 กันยายน 2565</p>
]]></description>
<enclosure url='https://www.dtn.go.th/th/file/get/file/1.20220913e87444ffdf7377e079f8adc84b2f48fd090349.jpg' type='image/jpg' length='7415689' />
</item>
</channel>
</rss>
