<?xml version='1.0' encoding='UTF-8' ?>
<rss version='2.0' xmlns:atom='http://www.w3.org/2005/Atom'>
<channel>
<title><![CDATA[Joint Trade Committee (JTC)]]></title>
<link>https://www.dtn.go.th/th/content/categories/index/id/1697</link>
<atom:link href="https://www.dtn.go.th/th/content/categories/index/id/1697" rel="self" type="application/rss+xml" />
<description><![CDATA[-]]></description>
<item>
<title><![CDATA[ไทย - สิงคโปร์]]></title>
<link>https://www.dtn.go.th/th/content/categories/detail/id/1697/iid/11810</link>
<guid isPermaLink="false">54d5f40c721189b38d826ef63905ff45</guid>
<pubDate>Mon, 20 Mar 2023 22:43:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p style="text-align: center;"><strong>การประชุมกรอบความร่วมมือเพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างไทยและสิงคโปร์</strong></p>

<p><u>ความเป็นมา</u><br />
ในการเยือนไทยอย่างเป็นทางการของนายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2545 ทั้งสองฝ่ายได้เห็นชอบให้ริเริ่มจัดการประชุมกรอบความร่วมมือเพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างไทยและสิงคโปร์ (Singapore &ndash; Thailand Enhanced Economic Relationship: STEER) เพื่อเป็นกลไกหลักในการผลักดันความร่วมมือทวิภาคีด้านเศรษฐกิจ โดยมีรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจของทั้งสองฝ่ายเป็นประธานร่วม โดยที่ผ่านมา ไทยและสิงคโปร์มีการประชุม STEER แล้ว 6 ครั้ง ครั้งที่ 1 เมื่อวันที่ 26 &ndash; 27 สิงหาคม 2546 ณ สิงคโปร์ ครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 22 &ndash; 23 พฤศจิกายน 2548 ณ กรุงเทพฯ ครั้งที่ 3 เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2556 ณ สิงคโปร์ ครั้งที่ 4 เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2558 ณ กรุงเทพฯ ครั้งที่ 5 เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2560 ณ สิงคโปร์ และครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2565 ณ กรุงเทพฯ</p>

<p><u>ความสำคัญ</u><br />
ในปี 2565 สิงคโปร์เป็นคู่ค้าอันดับที่ 4 ของไทยในอาเซียนรองจากมาเลเซีย เวียดนาม อินโดนีเซีย และเป็นคู่ค้าอันดับที่ 8 ของไทยในโลก และเป็นนักลงทุนรายใหญ่ที่สุดของไทยในอาเซียน ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา (2561 &ndash; 2565) การค้าระหว่างไทยกับสิงคโปร์มีมูลค่าเฉลี่ยประมาณปีละ 17,074.44 ล้านดอลลาร์สหรัฐ มีอัตราขยายตัวเฉลี่ยร้อยละ 2.93 ต่อปี โดยในปี 2565 การค้ารวมไทย &ndash; สิงคโปร์ มีมูลค่า 18,534.01 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นจากปี 2564 ร้อยละ 13.02 โดยไทยเป็นฝ่ายได้ดุลการค้ามูลค่า 2,010.17 ล้านดอลลาร์สหรัฐ</p>

<p><u>ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ</u><br />
สิงคโปร์ถือเป็นศูนย์กลางพาณิชย์ที่สาคัญของโลกแห่งหนึ่ง โดยเป็นศูนย์กลางท่าเทียบเรือสำราญ และเป็นช่องทางกระจายสินค้าที่สาคัญในอาเซียน เนื่องจากสิงคโปร์ดำเนินนโยบายการต่างประเทศที่มุ่งให้ประเทศเป็นจุดศูนย์กลางทางด้านการค้า การบริการด้านการเงิน และระบบการขนส่ง ผ่านการดาเนินความสัมพันธ์ทางการทูตและความร่วมมือทางเศรษฐกิจ และปัจจุบันเป็นประเทศผู้นำด้านการค้าดิจิทัล ซึ่งเป็นแนวโน้มที่มีความสาคัญมากขึ้นในยุคหลังโควิด &ndash; 19 จึงถือเป็นประเทศที่มีศักยภาพทางเศรษฐกิจสูงและมีโอกาสทางการค้าการลงทุนสาหรับผู้ประกอบการไทย ซึ่งการประชุม STEER จะเป็นเวทีหารือเพื่อขับเคลื่อนความร่วมมือทางด้านเศรษฐกิจและการค้าการลงทุนระหว่างกันของทั้งสองประเทศ</p>

<p><u>สถานะล่าสุด</u><br />
เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2565 กระทรวงพาณิชย์เป็นเจ้าภาพการประชุม STEER ไทย &ndash; สิงคโปร์ ครั้งที่ 6 ณ โรงแรมสยามเคมปินสกี้ กรุงเทพฯ โดยมีรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ (นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์) และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการค้าและอุตสาหกรรมคนที่สองของสิงคโปร์ (H.E. Dr. Tan See Leng) เป็นประธานร่วม โดยทั้งสองฝ่ายได้หารือความร่วมมือในประเด็นสำคัญ ได้แก่</p>

<ul>
	<li><u>สินค้าเกษตร</u> สิงคโปร์รับที่จะทำงานร่วมกับไทยอย่างใกล้ชิดเพื่อเร่งพิจารณาการขึ้นทะเบียนฟาร์มไข่ไก่ออร์แกนิคและไข่นกกระทาของไทยที่จะส่งออกไปสิงคโปร์</li>
	<li><u>การลงทุน</u> ไทยเชิญชวนให้สิงคโปร์เข้ามาลงทุนในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ในธุรกิจที่ส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียนและเศรษฐกิจสีเขียว โครงสร้างพื้นฐานอินเทอร์เน็ต 5G โครงการพัฒนาพื้นที่อุตสาหกรรมการบินและธุรกิจซ่อมบารุงอากาศยาน และทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะหารือแนวทางส่งเสริมความร่วมมือระหว่างภาคเอกชนในโครงการที่เกี่ยวกับความยั่งยืน</li>
	<li><u>เศรษฐกิจดิจิทัลและนวัตกรรม</u> ทั้งสองฝ่ายสนับสนุนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีความร่วมมือที่มากยิ่งขึ้นในการส่งเสริมธุรกิจสตาร์ทอัพ (startup) และจะทางานร่วมกันเพื่อปกป้องผลประโยชน์ผู้บริโภคที่ซื้อขายสินค้าบริการผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ รวมทั้งได้หารือความร่วมมือในประเด็นใหม่ ๆ อาทิ ธรรมาภิบาลปัญญาประดิษฐ์ (AI Governance) การเคลื่อนย้ายข้อมูลข้ามพรมแดน การต่อต้านการหลอกลวงทางไกล (telecom &ndash; elated scams) และแนวทางการแลกเปลี่ยนเอกสารการค้าระหว่างกันในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์</li>
	<li><u>การท่องเที่ยว</u> ไทยกับสิงคโปร์เห็นพ้องที่จะเร่งรัดการจัดตั้งคณะทางานร่วมเพื่อพัฒนาการท่องเที่ยวทางเรือสาราญ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการท่องเที่ยวและการลงทุนของทั้งสองฝ่าย</li>
	<li>นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังได้หารือความร่วมมือในประเด็นอื่น ๆ เช่น การอำนวยความสะดวกทางการค้า การบิน พลังงาน และความยั่งยืน รวมทั้งได้ร่วมเป็น&nbsp; &nbsp; &nbsp; สักขีพยานการลงนามเอกสารความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐและเอกชนของไทยและสิงคโปร์ 5 ฉบับ ได้แก่ ความร่วมมือด้านทรัพย์สินทางปัญญาระหว่างกรมทรัพย์สินทางปัญญาของไทยกับสำนักงานทรัพย์สินทางปัญญาของสิงคโปร์ ความร่วมมือสินค้าเกษตรและความร่วมมือในการดำเนินธุรกิจที่สนับสนุนการเติบโตที่ยั่งยืนของภาคเอกชนสองฝ่าย</li>
</ul>

<p style="text-align: center;">.................................................................</p>

<p style="text-align: right;">กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ<br />
สานักประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน<br />
ส่วนบริหารงานทวิภาคี<br />
มีนาคม 2566</p>
]]></description>
</item>
<item>
<title><![CDATA[ไทย - เวียดนาม]]></title>
<link>https://www.dtn.go.th/th/content/categories/detail/id/1697/iid/11808</link>
<guid isPermaLink="false">d76bd1ca46004152b274d3c142bcf9b4</guid>
<pubDate>Mon, 20 Mar 2023 16:15:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p style="text-align: center;"><strong>การประชุมคณะกรรมการร่วมทางการค้าไทย - เวียดนาม</strong></p>

<p><u>ความเป็นมา</u><br />
ในการเยือนเวียดนามอย่างเป็นทางการของนายกรัฐมนตรีไทย เมื่อเดือนกรกฎาคม 2552 ทั้งสองฝ่ายเห็นชอบให้ยกระดับการประชุมคณะอนุกรรมการร่วมด้านการค้า ซึ่งเป็นการประชุมระดับอธิบดี เป็นการประชุมคณะกรรมการร่วมทางการค้า ในระดับรัฐมนตรี (Joint Trade Committee : JTC) โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าของเวียดนามเป็นประธานร่วม โดยที่ผ่านมา ไทยและเวียดนามมีการประชุม JTC แล้ว 4 ครั้ง ครั้งที่ 1 เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2555 ณ กรุงฮานอย ครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 20 &ndash; 22 กรกฎาคม 2558 ณ กรุงเทพฯ ครั้งที่ 3 เมื่อวันที่ 2 &ndash; 3 สิงหาคม 2561 ณ กรุงฮานอย และครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 20 เมษายน 2565 ณ กรุงเทพฯ</p>

<p><u>ความสำคัญ</u><br />
ในปี 2565 เวียดนามเป็นคู่ค้าอันดับที่ 5 ของไทยในโลกและเป็นคู่ค้าอันดับที่ 2 ของไทยในกลุ่มอาเซียนรองจากมาเลเซีย ในขณะที่ไทยเป็นคู่ค้าอันดับที่ 1 ของเวียดนามในอาเซียน ในระยะ 5 ปีที่ผ่านมา (2561 &ndash; 2565) การค้าระหว่างไทยกับเวียดนามมีมูลค่าเฉลี่ยประมาณปีละ 20,803.28 ล้านดอลลาร์สหรัฐ มีอัตราการขยายตัวเฉลี่ยร้อยละ 2.58 ต่อปี โดยในปี 2565 การค้ารวมไทย &ndash; เวียดนามมีมูลค่า 21,193.80 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นจากปี 2564 ร้อยละ 8.73 ซึ่งไทยเป็นฝ่ายได้ดุลการค้ามูลค่า 5,276.36 ล้านดอลลาร์สหรัฐ</p>

<p><u>ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ</u><br />
เวียดนามเป็นประเทศที่มีการเติบโตทางเศรษฐกิจสูง โดยในปี 2565 มีอัตราการขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ร้อยละ 8.02 การส่งออกของเวียดนามขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 10.6 และการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 13.9 เมื่อเทียบกับปี 2564 อันเป็นผลมาจากการส่งเสริมการส่งออกของรัฐบาลโดยการใช้ประโยชน์จากข้อตกลงการค้าเสรี (FTA) และการดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ นอกจากนี้ เวียดนามยังเป็นเส้นทางขนส่งสินค้าผ่านแดนที่สาคัญของไทยไปยังประเทศจีน จึงถือเป็นประเทศที่มีศักยภาพทางเศรษฐกิจและมีโอกาสทางการค้าการลงทุนสำหรับผู้ประกอบการไทย ซึ่งการประชุม JTC จะเป็นเวทีหารือเพื่อกำหนดทิศทางการปฏิสัมพันธ์ทางการค้าและการลงทุนระหว่างไทย &ndash; เวียดนาม รวมถึงการดำเนินความร่วมมือทางเศรษฐกิจที่ทั้งสองฝ่ายได้รับประโยชน์ร่วมกัน</p>

<p><u>สถานะล่าสุด</u><br />
เมื่อวันที่ 20 เมษายน 2565 กระทรวงพาณิชย์เป็นเจ้าภาพการประชุม JTC ไทย &ndash; เวียดนาม ครั้งที่ 4 ณ โรงแรมอนันตรา สยาม กรุงเทพฯ โดยมีรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ (นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์) และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าเวียดนาม (H.E. Mr. Nguyen Hong Dien) เป็นประธานร่วม โดยทั้งสองฝ่ายได้หารือแนวทางส่งเสริมความร่วมมือเพื่อขยายโอกาสการค้าการลงทุนและลดอุปสรรคทางการค้าระหว่างกันในประเด็นต่าง ๆ อาทิ</p>

<ul>
	<li>เป้าหมายการค้า ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะอำนวยความสะดวกในการส่งออกและนาเข้าระหว่างกันเพื่อให้การค้าสองฝ่ายบรรลุเป้าหมาย 25,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2568 ตามที่ผู้นำทั้งสองฝ่ายได้เห็นชอบร่วมกัน</li>
	<li>การอำนวยความสะดวกทางการค้า ทั้งสองฝ่ายจะร่วมมือกันเพื่ออำนวยความสะดวกในการขนส่งสินค้าข้ามแดนและการขนส่งสินค้าผ่านแดนไปยังประเทศที่สาม โดยเฉพาะการอานวยความสะดวกในการส่งออกสินค้าผลไม้บริเวณด่านชายแดนเวียดนาม &ndash; จีน และได้หารือแนวทางอานวยความสะดวกในการส่งออก &ndash; นำเข้า สินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมระหว่างกัน</li>
	<li>ความร่วมมือด้านเกษตร ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะรื้อฟื้นความร่วมมือภายใต้บันทึกความเข้าใจด้านการบังคับใช้มาตรการสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช (SPS) และใช้ประโยชน์จากกลไกดังกล่าวในการหารือเรื่องการพิจารณาออกใบอนุญาตการนำเข้าสินค้าเกษตรระหว่างกัน</li>
	<li>การส่งเสริมการค้าและการลงทุน ทั้งสองฝ่ายจะส่งเสริมและอำนวยความสะดวกในการเข้าร่วมกิจกรรมส่งเสริมการค้าที่แต่ละฝ่ายจัดขึ้น ส่งเสริมการใช้เครือข่ายค้าปลีกเป็นช่องทางในการเข้าสู่ตลาด และส่งเสริมการลงทุนในสาขาที่ได้รับประโยชน์ร่วมกัน เช่น อาหาร ยานยนต์ พลังงาน สิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม และเคมีภัณฑ์</li>
	<li>ทั้งสองฝ่ายยังหารือความคืบหน้าการดำเนินความร่วมมือในด้านอื่น ๆ อาทิ การเชื่อมโยงการขนส่ง การธนาคาร พลังงาน แรงงาน และทรัพย์สินทางปัญญา</li>
</ul>

<p style="text-align: center;">..........................................................</p>

<p style="text-align: right;">กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ<br />
สานักประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน<br />
ส่วนบริหารงานทวิภาคี<br />
มีนาคม 2566</p>

<p></p>
]]></description>
</item>
<item>
<title><![CDATA[ไทย – บังกลาเทศ]]></title>
<link>https://www.dtn.go.th/th/content/categories/detail/id/1697/iid/1384</link>
<guid isPermaLink="false">54f61b3272f5ecffac01d13df9a78e47</guid>
<pubDate>Wed, 23 Jun 2021 09:50:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p style="text-align: center;"><span style="font-size:22px;"><img alt="ไทย" src="/file/get/file/1.20220314e45f29fe6fd480934d94c508b5ed776b162109.jpg" style="width: 150px; height: 100px;" />&nbsp;<img alt="บังกลาเทศ" src="/file/get/file/1.20220315da2cb92ed620fd18c1d51096fd128e4a091113.jpg" style="width: 167px; height: 100px;" /></span></p>

<p style="text-align: center;"><span style="font-size:22px;"><strong>การประชุมคณะกรรมการร่วมทางการค้า (Joint Trade Committee: JTC) ไทย &ndash; บังกลาเทศ</strong></span></p>

<p><span style="font-size:22px;"><u><strong>ความเป็นมา</strong></u></span></p>

<p><span style="font-size:22px;">การประชุมคณะกรรมการร่วมทางการค้า (Joint Trade Committee: JTC) ไทย-บังกลาเทศ เป็นกลไกหารือสำคัญในการกระชับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจการค้าระหว่างไทยกับบังกลาเทศ โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ไทยและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์บังกลาเทศเป็นประธานร่วม ที่ผ่านมามีการประชุมฯ ไปแล้ว 5 ครั้ง โดยครั้งล่าสุดไทยเป็นเจ้าภาพการประชุมฯ เมื่อวันที่ 7-8 มกราคม 2563 ณ กรุงเทพฯ</span><span style="font-size:22px;"><u><br />
<br />
<strong>ความสำคัญ</strong></u></span></p>

<p><span style="font-size:22px;">บังกลาเทศจึงเป็นตลาดศักยภาพใหม่ที่เปิดกว้างให้กับการค้าและการลงทุนของไทย โดยอยู่ระหว่างดำเนินนโยบายเศรษฐกิจเพื่อยกระดับสู่ประเทศที่มีรายได้ระดับ ปานกลางภายในปี 2564 และประเทศพัฒนาแล้วภายในปี 2584 ทำให้ต้องเร่งแสวงหาตลาดการค้า ขยายฐาน การผลิตในประเทศ โดยเน้นดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ และเร่งพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานในประเทศ เพื่อรองรับการขยายตัวทางเศรษฐกิจ ทั้งนี้ บังกลาเทศมีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจสูงต่อเนื่อง และยังมีข้อได้เปรียบเรื่องมีประชากรวัยทำงานจำนวนมาก (ประชากรร้อยละ 57 มีอายุต่ำกว่า 25 ปี) โดยประชากรเหล่านี้มีการศึกษา พูดภาษาอังกฤษได้ดี และค่าแรงต่ำกว่าประเทศอื่น&nbsp;</span><span style="font-size:22px;"><u><br />
<br />
<strong>ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ</strong></u></span></p>

<p><span style="font-size:22px;">บังกลาเทศเป็นตลาดแรงงานขนาดใหญ่และเป็นตลาดผู้บริโภคที่มีศักยภาพ มีประชากรกว่า 160 ล้านคน สูงเป็นอันดับ 8<br />
ของโลก มีต้นทุนแรงงานต่ำ มีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจสูงต่อเนื่อง โดยตลอด 10 ปีที่ผ่านมา มีการขยายตัวเฉลี่ยกว่าร้อยละ 6 ต่อปีและ อีกทั้งเป็นประเทศที่ตั้งอยู่บนจุดยุทธศาสตร์ของมหาสมุทรอินเดีย โดยมีท่าเรือจิตตะกอง ซึ่งมีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3 ของภูมิภาคเอเชียใต้ เป็นท่าเรือหลักของประเทศ จึงมีศักยภาพในการเป็นประตูการค้าสู่ภูมิภาคเอเชียใต้ และประเทศสมาชิกองค์การความร่วมมืออิสลาม (Organisation of Islamic Cooperation: OIC) ซึ่งมี สมาชิกกว่า 57 ประเทศทั่วโลก เช่น อียิปต์ บาห์เรน กาตาร์ อิหร่าน อิรัก จอร์แดน โมร็อกโก ซาอุดีอาระเบีย อินโดนีเซีย ปากีสถาน มัลดีฟส์ และตุรกี เป็นต้น</span><span style="font-size:22px;"><u><br />
<br />
<strong>สถานะล่าสุด</strong></u></span></p>

<p><span style="font-size:22px;">ไทยเป็นเจ้าภาพการประชุมคณะกรรมการร่วมทางการค้า (JTC) ไทย&ndash;บังกลาเทศ ครั้งที่ 5 ระหว่างวันที่ 7-8 มกราคม 2563<br />
ณ กรุงเทพฯ โดยประเด็นสำคัญที่ทั้งสองฝ่ายได้มีการหารือ ได้แก่ การเพิ่มพูนมูลค่าการค้าระหว่างกันเป็น 2,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ภายในปี 2564 การศึกษาความเป็นไปได้ในการจัดทำความตกลงการค้าเสรี (FTA) ไทย&ndash;บังกลาเทศ การให้สิทธิพิเศษกับบังกลาเทศในการยกเลิกภาษีนำเข้าและโควต้า (DFQF) รวมทั้ง การกระชับความร่วมมือทางเศรษฐกิจด้านต่างๆ อาทิ อุตสาหกรรม เกษตร ประมง ปศุสัตว์ บริการสุขภาพและสาธารณสุข และความเชื่อมโยงทางคมนาคม</span></p>

<p style="text-align: center;"><span style="font-size:22px;">------------------------------------</span></p>

<p style="text-align: right;"><span style="font-size:22px;">สำนักเอเชีย แอฟริกาและตะวันออกกลาง</span></p>

<p style="text-align: right;"><span style="font-size:22px;">กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ</span></p>

<p style="text-align: right;"><span style="font-size:22px;">ข้อมูล ณ เดือนมิถุนายน 2564</span></p>

<p><span style="font-size:22px;"><strong>เอกสารที่เกี่ยวข้อง:</strong></span></p>

<ul>
	<li><span style="font-size:22px;"><a href="/file/get/file/1.20220315d3faa99390e9d37da3e9c292c82927a4092751.pdf" target="_blank">Thailand - Bangladesh Trade Agreement (pdf.)</a></span></li>
</ul>
]]></description>
</item>
<item>
<title><![CDATA[ไทย – ภูฏาน]]></title>
<link>https://www.dtn.go.th/th/content/categories/detail/id/1697/iid/1383</link>
<guid isPermaLink="false">4004aa3b3b81f719c930c863725824b5</guid>
<pubDate>Wed, 23 Jun 2021 09:45:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p style="text-align: center;"><span style="font-size:22px;"><img alt="" src="/file/get/file/1.20220314e45f29fe6fd480934d94c508b5ed776b162109.jpg" style="width: 150px; height: 100px;" />&nbsp;<img alt="" src="/file/get/file/1.2022031508785f7f590fcba3e8f37a3d06126048090452.jpg" style="width: 150px; height: 100px;" /></span></p>

<p style="text-align: center;"><span style="font-size:22px;"><strong>การประชุมคณะกรรมการร่วมทางการค้า (Joint Trade Committee: JTC) ไทย &ndash; ภูฏาน</strong></span></p>

<p><span style="font-size:22px;"><u><strong>ความเป็นมา</strong></u></span></p>

<ol>
	<li><span style="font-size:22px;">ไทยและภูฏานได้ลงนามความตกลงว่าด้วยความร่วมมือทางการค้าและเศรษฐกิจ (Trade and Economic Cooperation Agreement) ไทย &ndash; ภูฏาน เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2556 ซึ่งตามความตกลงดังกล่าวมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2559 และได้มีการจัดตั้งคณะกรรมการร่วมทางการค้า (Joint Trade Committee: JTC) ไทย &ndash; ภูฏาน เพื่อพิจารณาแนวทางการขยายการค้าและการลงทุน พร้อมทั้งจัดทำข้อเสนอแนะเพื่อส่งเสริมความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างกัน</span></li>
	<li><span style="font-size:22px;">ทั้งสองฝ่ายได้มีการประชุม JTC ไทย &ndash; ภูฏาน ไปแล้ว 3 ครั้ง โดยภูฏานเป็นเจ้าภาพการประชุมฯ ครั้งที่ 1 ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 24-25 สิงหาคม 2559 ณ กรุงทิมพู ไทยได้เป็นเจ้าภาพการประชุมฯ ครั้งที่ 2 ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 30 &ndash; 31 สิงหาคม 2560 ณ กรุงเทพฯ และภูฏานเป็นเจ้าภาพการประชุมฯ ครั้งที่ 3 เมื่อวันที่ 26-27 กันยายน 2562 ณ กรุงทิมพู</span></li>
</ol>

<p><span style="font-size:22px;"><u><br />
<strong>ความสำคัญ</strong></u></span></p>

<p><span style="font-size:22px;">ภูฏานเป็นประเทศพัฒนาน้อยที่สุด (Least Developed Country: LDC) เป็นตลาดขนาดเล็ก มีประชากรประมาณ 7 แสนคน อย่างไรก็ดี ไทยได้ให้ความสำคัญในฐานะมิตรประเทศที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิด โดยมิได้พิจารณาในเชิงผลประโยชน์และเศรษฐกิจเพียงอย่างเดียว ทั้งนี้ ไทยอยู่ในฐานะเป็นประเทศผู้ให้ (Donor Country) ไทยและภูฏานมีความสัมพันธ์อันดีต่อกันในหลายด้าน อาทิ เศรษฐกิจ พุทธศาสนา วัฒนธรรม และประชาชน ตลอดจนความสัมพันธ์พิเศษในระดับพระราชวงศ์ ซึ่งความใกล้ชิดระหว่างสองประเทศ จะเป็นรากฐานสำหรับความร่วมมือทางเศรษฐกิจยั่งยืน</span><span style="font-size:22px;"><u><br />
<br />
<strong>ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ</strong></u></span></p>

<p><span style="font-size:22px;">ภูฏานยังต้องการการพัฒนาในหลายด้าน อาทิ โครงสร้างพื้นฐาน องค์ความรู้ด้านการเกษตรและแปรรูปอาหาร และการพัฒนาด้านการท่องเที่ยว ซึ่งจะเป็นโอกาสของภาคเอกชนไทยในการเรียนรู้และศึกษาตลาดภูฏานที่มีศักยภาพด้านการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน เทคโนโลยีด้านการเกษตรและอาหารแปรรูป และการท่องเที่ยว ซึ่งการประชุม JTC ไทย-ภูฏาน จึงเป็นกลไกสำคัญที่จะช่วยพัฒนาความสัมพันธ์และขยายโอกาสในการเพิ่มมูลค่าการค้าและการลงทุนระหว่างไทยกับภูฏาน รวมทั้งการหารือแนวทางในการจัดทำความร่วมมือทางเศรษฐกิจของทั้งสองฝ่ายต่อไป</span><span style="font-size:22px;"><u><br />
<br />
<strong>สถานะล่าสุด</strong></u></span></p>

<p><span style="font-size:22px;">ไทยมีกำหนดเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม JTC ไทย &ndash; ภูฏาน ครั้งที่ 4 ทั้งนี้ ไทยอยู่ระหว่างการประสานเป็นการภายในกับฝ่ายภูฏานในการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม JTC ไทย &ndash; ภูฏาน ครั้งที่ 4</span></p>

<p style="text-align: center;"><span style="font-size:22px;">------------------------------------</span></p>

<p style="text-align: right;"><span style="font-size:22px;">สำนักเอเชีย แอฟริกาและตะวันออกกลาง</span></p>

<p style="text-align: right;"><span style="font-size:22px;">กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ</span></p>

<p style="text-align: right;"><span style="font-size:22px;">ข้อมูล ณ เดือนมิถุนายน 2564</span></p>

<p><span style="font-size:22px;"><strong>เอกสารที่เกี่ยวข้อง:</strong></span></p>

<ul>
	<li><span style="font-size:22px;"><a href="/file/get/file/1.20220315522c6e58cf5668b13a9397c961fc2336090619.pdf" target="_blank">Comprehensive Framework Agreement (pdf.)</a></span></li>
	<li><span style="font-size:22px;"><a href="/file/get/file/1.202203154f9636b8135dd165bde1824fa8235c6d090641.pdf" target="_blank">Bhutan-Thailand Trade and Economic Cooperation Agreement (pdf.)</a></span></li>
</ul>
]]></description>
</item>
<item>
<title><![CDATA[ไทย – อิรัก]]></title>
<link>https://www.dtn.go.th/th/content/categories/detail/id/1697/iid/6311</link>
<guid isPermaLink="false">412dae3f52a6b5f6edb6ff711a71edad</guid>
<pubDate>Wed, 23 Jun 2021 09:26:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p style="text-align: center;"><img alt="ไทย" src="/file/get/file/1.20220505103357e3e40a9c0e4e9d36110f7bbc7a113755.jpg" style="width: 150px; height: 100px;" />&nbsp;<img alt="อิรัก" src="/file/get/file/1.202205055ae2ff99743a8487c917e98bbf3db2d3113755.jpg" style="width: 150px; height: 100px;" /></p>

<p style="text-align: center;"><strong>การประชุมคณะกรรมการร่วมทางการค้า (Joint Trade Committee: JTC) ไทย &ndash; อิรัก</strong></p>

<p><br />
<strong><u>ความเป็นมา</u></strong></p>

<ol>
	<li>ไทยและอิรักลงนามความตกลงทางการค้าเมื่อวันที่ 28 กันยายน 2527 และมีการประชุมคณะกรรมการร่วมทางการค้า (Joint Trade Committee: JTC) ไทย - อิรัก ซึ่งเป็นการประชุมระดับรัฐมนตรี โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ของไทยและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการค้าของอิรักเป็นประธานร่วม มีการประชุมมาแล้ว 3 ครั้ง ได้แก่&nbsp;
	<p>&nbsp; &nbsp; - ครั้งที่ 1 เมื่อวันที่ 29 - 30 พฤศจิกายน 2531 ณ กรุงแบกแดด</p>

	<p>&nbsp; &nbsp; - ครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 22 &ndash; 23 กุมภาพันธ์ 2543 ณ กรุงแบกแดด</p>

	<p>&nbsp; &nbsp; - ครั้งที่ 3 เมื่อวันที่ 9 &ndash; 10 มกราคม 2545 ณ กระทรวงพาณิชย์</p>
	</li>
	<li>กระทรวงพาณิชย์ดำเนินการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมคณะกรรมการร่วมทางการค้า (Joint Trade Committee: JTC) ไทย - อิรัก ครั้งที่ 4 ระหว่างวันที่ 25 - 28 พฤศจิกายน 2562 ณ ประเทศไทย แต่ได้เลื่อนการจัดประชุมดังกล่าวออกไป เนื่องจากไม่สามารถเข้าร่วมในวันและเวลาที่กำหนดได้ รวมถึงสถานการณ์การเมืองภายในประเทศอิรัก</li>
</ol>

<p><br />
<strong><u>ความสำคัญ</u></strong></p>

<p>อิรักเป็นประเทศในภูมิภาคตะวันออกกลาง ติดทางเหนือของอ่าวเปอร์เซีย และอาณาเขตของประเทศครอบคลุมที่ราบลุ่มแม่น้ำเมโสโปเตเมีย มีจำนวนประชากร 40 ล้านคน โดยอิรักเป็นตลาดสินค้าของไทย ลำดับที่ 11 ในภูมิภาคตะวันออกกลาง อิรักเป็นผู้ส่งออกน้ำมันดิบที่สำคัญและเป็นสมาชิกองค์การกลุ่มประเทศผู้ส่งน้ำมันออก (OPEC) รัฐบาลอิรักผลักดันการก่อสร้างระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานที่สําคัญหลายโครงการ เช่น โรงผลิตและจ่ายกระแสไฟฟ้า สร้างเขื่อน พัฒนาและฟื้นฟูการกสิกรรม ขุดเจาะหาแหล่งน้ำมันเพิ่มเติม ดังนั้นสินค้าเกี่ยวกับการก่อสร้างที่พักอาศัย พลังงานไฟฟ้า หม้อแปลงไฟฟ้า การสื่อสาร การธนาคาร สาธารณสุข จึงเป็นโอกาสทางการค้าและการลงทุน รวมทั้งสินค้าบริโภคอุปโภคทั่วไป ให้ภาคเอกชนของไทยเข้าไปลงทุนในอิรัก</p>

<p><strong><u><br />
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ</u></strong></p>

<p>การประชุม JTC ไทย &ndash;อิรัก จะเป็นกลไกสำคัญในการส่งเสริมความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ การค้า และการลงทุนระหว่างกัน และโอกาสที่ไทยจะใช้กลไกการประชุม JTC ในการสร้างและขยายโอกาสในการเพิ่มมูลค่าการค้ากับประเทศในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งสินค้าส่งออกสำคัญของไทย อาทิ ข้าวและน้ำตาล ตลอดจนส่งเสริม รวมทั้งเป็นการฟื้นฟูความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างไทยกับอิรัก และเสริมช่องทางการค้าให้กับภาคเอกชนของไทยต่อไป</p>

<p><br />
<strong><u>สถานะล่าสุด</u></strong></p>

<p>- &nbsp;เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2562 นายกรัฐมนตรีมีบัญชาอนุมัติให้กระทรวงพาณิชย์เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมคณะกรรมการร่วมทางการค้า (Joint Trade Committee: JTC) ไทย - อิรัก ครั้งที่ 4 ระหว่างวันที่ 25 - 28 พฤศจิกายน 2562 ณ ประเทศไทย อย่างไรก็ตาม กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศได้รับแจ้งจากฝ่ายอิรักว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการค้าติดภารกิจเร่งด่วนต้องเข้าร่วมการประชุม Bosphorus Summit ครั้งที่ 10 และ COMCEC สมัยที่ 35 ระหว่างวันที่ 25 &ndash; 29 พฤศจิกายน 2562 ณ นครอิสตันบูล สาธารณรัฐตุรกี จึงไม่สามารถเข้าร่วมการประชุม JTC ไทย - อิรัก ครั้งที่ 4 ในช่วงเวลาที่ฝ่ายไทยเสนอได้</p>

<p>- จากการติดตามสถานการณ์ทางการเมืองของอิรักพบว่า อิรักมีสถานการณ์ความวุ่นวายในประเทศที่ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อเสถียรภาพของรัฐบาลอิรัก และมีความเป็นไปได้สูงที่ฝ่ายอิรักจะไม่สามารถเดินทางเข้าร่วมการประชุม JTC ตามที่เสนอได้ จึงได้ยกเลิกการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม JTC ไทย - อิรัก ครั้งที่ 4 ระหว่างวันที่ 25 - 28 พฤศจิกายน 2562 ไปก่อน จนกว่าสถานการณ์ทางการเมืองของอิรักจะมีความชัดเจนขึ้น โดยอิรักมีกำหนดเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในช่วงเดือนตุลาคม 2564 จึงเห็นควรเชิญฝ่ายอิรักเข้าร่วมการประชุม JTC ไทย - อิรัก ครั้งที่ 4</p>

<p style="text-align: center;">------------------------------------</p>

<p style="text-align: right;">สำนักเอเชีย แอฟริกาและตะวันออกกลาง</p>

<p style="text-align: right;">กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ</p>

<p style="text-align: right;">ข้อมูล ณ เดือนมิถุนายน 2564</p>

<p><br />
<strong>เอกสารที่เกี่ยวข้อง :</strong></p>

<ul>
	<li><a href="/file/get/file/1.20220505d6d901f085f206e9aad8461b1aeaed03114352.pdf" target="_blank">Trade Agreement between the Government of the Kingdom of Thailand and the Government of the Republic of Iraq (pdf.)</a></li>
</ul>
]]></description>
</item>
<item>
<title><![CDATA[ไทย – อิสราเอล]]></title>
<link>https://www.dtn.go.th/th/content/categories/detail/id/1697/iid/6305</link>
<guid isPermaLink="false">f0566ab73cc2f0415403f70a2240e5ad</guid>
<pubDate>Wed, 23 Jun 2021 09:24:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p style="text-align: center;"><img alt="ไทย" src="/file/get/file/1.20220505103357e3e40a9c0e4e9d36110f7bbc7a103931.jpg" style="width: 150px; height: 100px;" />&nbsp;<img alt="อิสราเอล" src="/file/get/file/1.202205057d7c45b9a935cf9d845fc75679a41559113013.png" style="width: 150px; height: 100px;" /></p>

<p style="text-align: center;"><strong>การประชุมคณะกรรมการร่วมทางการค้า (Joint Trade Committee: JTC) ไทย &ndash; อิสราเอล</strong></p>

<p><br />
<strong><u>ความเป็นมา</u></strong></p>

<ol>
	<li>ไทยและอิสราเอลลงนามความตกลงทางการค้า (Trade Agreement) เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2555 และมีการประชุมคณะกรรมการร่วมทางการค้า (Joint Trade Committee: JTC) ไทย &ndash; อิสราเอล ซึ่งเป็นการประชุมระดับเจ้าหน้าที่อาวุโส มีการประชุมมาแล้ว 2 ครั้ง โดยไทยเป็นเจ้าภาพการประชุมฯ ครั้งที่ ๑ (ระดับอธิบดี) เมื่อวันที่ 1 &ndash; 2 กรกฎาคม 2558 ณ กรุงเทพมหานคร และ การประชุม JTC ไทย &ndash; อิสราเอล ครั้งที่ 2 (ระดับปลัดกระทรวง) เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2561 ณ นครเยรูซาเล็ม โดยไทยและอิสราเอลจะสลับกันเป็นเจ้าภาพการประชุมฯ ทุก ๆ 2 ปี</li>
	<li>ไทยมีกำหนดเป็นเจ้าภาพการประชุม JTC ไทย - อิสราเอล ครั้งที่ 3 ในช่วงเดือนกรกฎาคม 2563 อย่างไรก็ตาม การประชุมดังกล่าวต้องเลื่อนออกไปก่อนเนื่องจากสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 โดยมีประเด็นหารือที่สำคัญ อาทิ แนวทางการขยายการค้าการลงทุนการเปิดตลาดสินค้าเกษตร ความร่วมมือด้านการเกษตร ความร่วมมือทางวิทยาศาสตร์และนวัตกรรม</li>
	<li>ที่ผ่านมาการประชุม JTC ไทย - อิสราเอล ครั้งที่ 2 สองฝ่ายได้หารือแนวทางการขยายการค้าและการลงทุน โดยจะผลักดันให้นักธุรกิจเข้าร่วมกิจกรรมส่งเสริมการค้าของแต่ละฝ่าย รวมทั้งให้สำนักงานพาณิชย์ของทั้งสองประเทศจัดคณะผู้แทนการค้า เพื่อแสวงหาโอกาสและลู่ทางขยายการค้าและลงทุนระหว่างกันเพื่อให้สามารถบรรลุเป้าหมายการค้าที่กำหนดร่วมกันไว้ที่ 2,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ภายในปี 2563 และเนื่องจากอิสราเอลเป็นประเทศที่มีนวัตกรรมและเทคโนโลยีขั้นสูง จึงเป็นโอกาสที่ไทยจะร่วมมือกับอิสราเอลนำวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมมาเพิ่มมูลค่าและประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรของไทย ขณะเดียวกัน ยังหารือเรื่องความร่วมมือด้านการวิจัยและพัฒนาความปลอดภัยทางไซเบอร์</li>
</ol>

<p><br />
<strong><u>ความสำคัญ</u></strong></p>

<p>อิสราเอลเป็นประเทศขนาดเล็กในภูมิภาคตะวันออกกลาง มีประชากรประมาณ 9.2 ล้านคน แต่มีความเจริญทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยีเป็นอย่างมาก โดยในปี 2563 มีผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (Gross Domestic Product: GDP) ถึง 402,900 ล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็น GDP ต่อหัวถึง 43,710 เหรียญสหรัฐ ซึ่งเกิดจากบทบาทภาคธุรกิจ การวิจัยและการพัฒนา รวมทั้งความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีเป็นองค์ประกอบสำคัญ นอกจากนี้ อิสราเอลมีความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการค้าระหว่างประเทศอย่างแพร่หลายกับประเทศในอเมริกาเหนือ ยุโรป และเอเชีย รวมทั้งยังมีการจัดทำความตกลงการค้าเสรี (Free Trade Agreement: FTA) กับประเทศต่าง ๆ อาทิ สหภาพยุโรป สหรัฐอเมริกา สมาคมการค้าเสรีแห่งยุโรป (European Free Trade Association: EFTA) แคนาดา ตุรกี และเม็กซิโก พร้อมทั้งยังอยู่ระหว่างการเจรจา FTA กับอินเดีย จีน เวียดนาม สหภาพเศรษฐกิจยูเรเซีย และเกาหลีใต้</p>

<p><br />
<strong><u>ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ</u></strong></p>

<p>การประชุม JTC ไทย &ndash; อิสราเอล จะเป็นกลไกสำคัญในการส่งเสริมความร่วมมือและกิจกรรมทางเศรษฐกิจระหว่างกัน โดยเฉพาะในประเด็นการส่งเสริมการขยายการค้าและการลงทุนระหว่างกัน และการส่งเสริมความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อไทยในการพัฒนาทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ซึ่งอิสราเอลมีความเชี่ยวชาญเป็นอย่างมาก รวมทั้งยังเป็นช่องทางสำคัญในการพิจารณาการจัดทำ FTA ไทย &ndash; อิสราเอล ซึ่งเป็นประเด็นที่ฝ่ายอิสราเอลผลักดันมาโดยตลอด นอกจากนี้ ยังเป็นโอกาสดีที่ผู้นำระดับสูงของทั้งสองประเทศจะมีโอกาสได้พูดคุยหารือเพื่อส่งเสริมความร่วมมือในด้านอื่น ๆ อีกด้วย</p>

<p><br />
<strong><u>สถานะล่าสุด</u></strong></p>

<p>- ไทยมีกำหนดจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม JTC ไทย &ndash; อิสราเอล ครั้งที่ 3 (ระดับปลัดกระทรวง/รัฐมนตรี) ณ กรุงเทพมหานคร ในเดือนธันวาคม 2564 ทั้งนี้ ไทยจะหารือกำหนดการและระดับการประชุมฯ ร่วมกับฝ่ายอิสราเอลอีกครั้งในช่วงครึ่งหลังของปี 2564</p>

<p style="text-align: center;">------------------------------------</p>

<p style="text-align: right;">สำนักเอเชีย แอฟริกาและตะวันออกกลาง</p>

<p style="text-align: right;">กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ</p>

<p style="text-align: right;">ข้อมูล ณ เดือนมิถุนายน 2564</p>

<p><br />
<strong>เอกสารที่เกี่ยวข้อง :</strong></p>

<ul>
	<li>Trade Agreement between Thailand and Israel (pdf.) <a href="/file/get/file/1.20220505605029658468cd860aaf664e516326ba113334.pdf" target="_blank">ภาษาอังกฤษ</a> / <a href="/file/get/file/1.20220505d7308c9ab64707249f94274dbd4fd111113410.pdf" target="_blank">ภาษาไทย</a> / <a href="/file/get/file/1.2022050562720ee6f9d728b25aed00d712737afb113448.pdf" target="_blank">ภาษาฮิบรู</a></li>
</ul>
]]></description>
</item>
<item>
<title><![CDATA[ไทย – เคนยา]]></title>
<link>https://www.dtn.go.th/th/content/categories/detail/id/1697/iid/6304</link>
<guid isPermaLink="false">f248d1aec05238069b136fb7f16c7a4b</guid>
<pubDate>Wed, 23 Jun 2021 09:22:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p style="text-align: center;"><img alt="ไทย" src="/file/get/file/1.20220505103357e3e40a9c0e4e9d36110f7bbc7a103931.jpg" style="width: 150px; height: 100px;" />&nbsp;<img alt="เคนยา" src="/file/get/file/1.2022050594984a8c4896946d9bafd24959cb6181112127.jpg" style="width: 150px; height: 101px;" /></p>

<p data-mce-style="text-align: center;" style="text-align: center;"><strong>การประชุมคณะกรรมการร่วมทางการค้า (Joint Trade Committee: JTC) ไทย &ndash; เคนยา</strong></p>

<p data-mce-style="text-align: center;"><br />
<strong><u>ความเป็นมา</u></strong></p>

<p data-mce-style="text-align: center;">เมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2536 รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ (นายสุรินทร์ พิศสุวรรณ) ได้ลงนามความตกลงทางการค้าระหว่างราชอาณาจักรไทยกับสาธารณรัฐเคนยา (Trade Agreement between the Government of the Kingdom of Thailand and the Government of the Republic of Kenya) ณ กรุงไนโรบี ทั้งนี้ ภายใต้ความตกลงฯ ดังกล่าว กำหนดให้มีการจัดตั้งคณะกรรมการร่วมทางการค้า (Joint Trade Committee - JTC) โดยหัวหน้าคณะของการประชุมจะเป็นระดับที่ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องกัน ซึ่งที่ผ่านมายังไม่เคยมีการประชุมดังกล่าว</p>

<p data-mce-style="text-align: center;"><br />
<strong><u>ความสำคัญ</u></strong></p>

<p data-mce-style="text-align: center;">เคนยาเป็นจุดยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจที่สำคัญในภูมิภาคแอฟริกาตะวันออก มีประชากร 55 ล้านคน มีเครือข่ายการเชื่อมโยงการคมนาคมที่ดี มีท่าเรือสำคัญที่เมืองมอมบาซา และยังมีเส้นทางรถไฟและการบินเชื่อมต่อไปยังประเทศเพื่อนบ้าน จึงเป็นจุดกระจายสินค้าไปยังประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคแอฟริกาตะวันออกได้เป็นอย่างดี รวมถึงเป็นแหล่งวัตถุดิบอัญมณีที่สำคัญอีกประเทศหนึ่งสำหรับอุตสาหกรรมเครื่องประดับและอัญมณีของไทย มีแหล่งพลอยที่สำคัญหลายชนิด เช่น ทับทิม ไพลิน แซฟไฟร์ และพลอยเนื้ออ่อนอื่น ๆ นอกจากนี้ เคนยาเป็นสมาชิกของเขตการค้าเสรีไตรภาคี (The Tripartite Free Trade Area: TFTA) ที่ครอบคลุมประชากรราว 625 ล้านคน มีข้อตกลงที่จะประสานผลประโยชน์ร่วมกันของ 3 กลุ่มในภูมิภาคคือ ประชาคมแอฟริกาตะวันออก (EAC) ประชาคมการพัฒนาภูมิภาคแอฟริกาภาคใต้ (SADC) และตลาดร่วมแอฟริกาตะวันออกและแอฟริกาภาคใต้ (COMESA) ซึ่งทั้ง 3 กลุ่มนี้มีผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศรวมกันมากกว่า 1 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ สามารถดึงดูดนักลงทุนเข้ามาลงทุนในเคนยา และยังเป็นประเทศที่น่าจับตามองถึงศักยภาพทางการค้าและการลงทุนในภูมิภาคแอฟริกาตะวันออก</p>

<p data-mce-style="text-align: center;"><br />
<strong><u>ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ</u></strong></p>

<p data-mce-style="text-align: center;">แม้ว่าการประชุม JTC ไทย &ndash; เคนยา ยังไม่มีการจัดขึ้น แต่จะเป็นกลไกที่สำคัญในการกำหนดทิศทางความสัมพันธ์ทางการค้าและการลงทุน รวมทั้งการหารือแนวทางในการจัดทำความร่วมมือทางเศรษฐกิจที่ทั้งสองฝ่ายที่มีศักยภาพร่วมกันต่อไป ในการส่งเสริมความร่วมมือและกิจกรรมทางเศรษฐกิจระหว่างกัน โดยเฉพาะการค้าสินค้าอาหารเกษตรกรรม ที่ยังเป็นที่ต้องการในตลาดสินค้าเคนยา รวมถึงจะเป็นโอกาสดีที่ผู้นำระดับสูงของทั้งสองประเทศจะมีโอกาสได้พูดคุยหารือเพื่อส่งเสริมความร่วมมือในสาขาที่มีศักยภาพร่วมกัน</p>

<p data-mce-style="text-align: center;"><br />
<strong><u>สถานะล่าสุด</u></strong></p>

<p data-mce-style="text-align: center;">ทั้งสองประเทศมีการหารือและกำหนดให้มีการประชุม JTC ครั้งที่ 1 แล้ว แต่มีข้อติดขัดส่งผลให้มีการเลื่อนกำหนดการประชุมฯ หลายครั้ง ล่าสุดกระทรวงการต่างประเทศแจ้งว่า ภายหลังการปรับคณะรัฐมนตรีของเคนยา เคนยาได้ผนวกภารกิจงานด้านการค้าระหว่างประเทศเข้ากับภารกิจของกระทรวงการต่างประเทศ จึงได้มีการเสนอให้มีการประชุมคณะกรรมาธิการร่วม (Joint Commission - JC) ไทย - เคนยา ครั้งที่ 2 ในระดับรัฐมนตรี และขอให้มีการประชุม JTC ไทย - เคนยา ครั้งที่ 1 ในรูปแบบต่อเนื่อง (back-to-back) โดยให้การประชุม JTC ไทย - เคนยา ครั้งที่ 1 เป็นระดับปลัดกระทรวงแทน โดยกระทรวงการต่างประเทศเสนอเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมระหว่างวันที่ 8 - 10 สิงหาคม หรือ 27 สิงหาคม 2561 ให้ฝ่ายเคนยาพิจารณา ทั้งนี้ ยังไม่ได้รับการตอบรับจากฝ่ายเคนยา</p>

<p data-mce-style="text-align: center;" style="text-align: center;">------------------------------------</p>

<p style="text-align: right;">สำนักเอเชีย แอฟริกาและตะวันออกกลาง</p>

<p style="text-align: right;">กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ</p>

<p style="text-align: right;">ข้อมูล ณ เดือนมิถุนายน 2564</p>

<p><br />
<strong>เอกสารที่เกี่ยวข้อง :</strong></p>

<ul>
	<li><a href="/file/get/file/1.2022050506c020e22e9a048b0de0f0250371ccac112432.pdf" target="_blank">Trade Agreement between the Government of the Kingdom of Thailand and the Government of the Republic of Kenya (pdf.)</a></li>
</ul>

<p style="text-align: center;"></p>
]]></description>
</item>
<item>
<title><![CDATA[ไทย – มัลดีฟส์]]></title>
<link>https://www.dtn.go.th/th/content/categories/detail/id/1697/iid/6297</link>
<guid isPermaLink="false">070d3d1df38d964dd8cfc23cf7f98b84</guid>
<pubDate>Wed, 23 Jun 2021 09:19:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p style="text-align: center;"><img alt="ไทย" src="/file/get/file/1.20220505103357e3e40a9c0e4e9d36110f7bbc7a103931.jpg" style="width: 150px; height: 100px;" />&nbsp;<img alt="มัลดีฟส์" src="/file/get/file/1.2022050562235142f3fca96e1f2cd0ed4a7de48d111422.jpg" style="width: 150px; height: 100px;" /></p>

<p style="text-align: center;"><strong>การประชุมคณะกรรมการร่วมทางการค้า (Joint Trade Committee: JTC) ไทย &ndash; มัลดีฟส์</strong></p>

<p><br />
<strong><u>ความเป็นมา</u></strong></p>

<ol>
	<li>การประชุมคณะกรรมการร่วมทางการค้า (Joint Trade Committee: JTC) ไทย &ndash; มัลดีฟส์ เป็นผลสืบเนื่องจากการเดินทางเยือนมัลดีฟส์อย่างเป็นทางการของนายกรัฐมนตรี (นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร) เมื่อวันที่ 1 &ndash; 3 มิถุนายน 2556 ซึ่งผู้นำทั้งสองประเทศประกาศเจตนารมณ์ในการกระชับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ การค้า และการลงทุน โดยตกลงร่วมกันที่จะเพิ่มมูลค่าการค้าระหว่างกันเป็น 2 เท่า (200 ล้านเหรียญสหรัฐ) ภายในปี 2561</li>
	<li>ทั้งสองฝ่ายได้มีการประชุมคณะกรรมการร่วมทางการค้า (Joint Trade Committee: JTC) ไทย &ndash; มัลดีฟส์ ไปแล้ว 2 ครั้ง โดยไทยได้เป็นเจ้าภาพการประชุมฯ ครั้งที่ 1 ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 27 &ndash; 28 มิถุนายน 2556 ณ โรงแรม รอยัล ออร์คิด เชอราตัน กรุงเทพมหานคร และมัลดีฟส์เป็นเจ้าภาพการประชุมฯ ครั้งที่ 2 ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2559 ณ กรุงมาเล สาธารณรัฐมัลดีฟส์</li>
</ol>

<p><br />
<strong><u>ความสำคัญ</u></strong></p>

<p>ไทยและมัลดีฟส์มีความสัมพันธ์อันดี แม้ว่าการค้าระหว่างไทยและมัลดีฟส์ยังมีมูลค่าไม่สูงมากนัก แต่มัลดีฟส์เป็นตลาดใหม่ที่น่าสนใจและมีศักยภาพ เนื่องจากในแต่ละปีมีนักท่องเที่ยวเดินทางไปมัลดีฟส์กว่า 1 ล้านคน จึงถือเป็นโอกาสของนักธุรกิจไทยในการเข้าไปทำการค้าและการลงทุนในสาขาที่เกี่ยวเนื่องกับการโรงแรมและการท่องเที่ยว สินค้าอุปโภคบริโภค และอาหาร ซึ่งปัจจุบัน ไทยเป็นผู้ส่งออกปลาทูน่ากระป๋องรายใหญ่ของโลกและมัลดีฟส์เป็นแหล่งนำเข้าปลาทูน่าที่สำคัญของไทย อาทิ ปลาทูน่าสด แช่เย็น และแช่แข็ง</p>

<p><br />
<strong><u>ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ</u></strong></p>

<p>มัลดีฟส์เป็นตลาดที่มีศักยภาพ มีทัศนียภาพที่สวยงามและเป็นแหล่งท่องเที่ยวระดับต้นๆ ของโลก และยังเป็นแหล่งนำเข้าปลาทูน่าที่สำคัญของไทย ในขณะที่มัลดีฟส์สนับสนุนให้ไทยเข้าไปลงทุนในสาขาการแปรรูปสินค้าประมง โดยเฉพาะการแปรรูปปลาทูน่าครีบเหลือง (yellow fin tuna) ซึ่งการประชุม JTC ระหว่างไทยและมัลดีฟส์จะเป็นกลไกที่สำคัญในการกำหนดทิศทางความสัมพันธ์ทางการค้าและการลงทุน รวมทั้งการหารือแนวทางในการจัดทำความร่วมมือทางเศรษฐกิจที่ทั้งสองฝ่ายที่มีศักยภาพร่วมกันต่อไป</p>

<p><br />
<u><strong>สถานะล่าสุด</strong></u></p>

<p>ไทยมีกำหนดเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม JTC ไทย &ndash; มัลดีฟส์ ครั้งที่ 3 ระหว่างวันที่ 12 &ndash; 13 มกราคม 2563 ทั้งนี้ เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา (COVID-19) สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐมัลดีฟส์จึงได้มีหนังสือแจ้งขอเลื่อนการประชุมออกไปอย่างไม่มีกำหนดจนกว่าสถานการณ์จะดีขึ้น ทั้งนี้ ไทยอยู่ระหว่างการประสานเป็นการภายในกับฝ่ายมัลดีฟส์ในการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม JTC ไทย &ndash; มัลดีฟส์ ครั้งที่ 3 ผ่านระบบการประชุมทางไกล</p>

<p style="text-align: center;">------------------------------------</p>

<p style="text-align: right;">สำนักเอเชีย แอฟริกาและตะวันออกกลาง</p>

<p style="text-align: right;">กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ</p>

<p style="text-align: right;">ข้อมูล ณ เดือนมิถุนายน 2564</p>

<p><br />
<u><strong>เอกสารที่เกี่ยวข้อง :</strong></u></p>

<ul>
	<li><a href="/file/get/file/1.2022050592e272d0f8a6470a4fa397c0a324a43f111739.pdf" target="_blank">Thailand-Maldives Trade and Economic Cooperation Agreement (pdf.)</a></li>
</ul>
]]></description>
</item>
</channel>
</rss>
